Login |  Register



Welcome
Welcome to <strong>Sephentine</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 9 posts ] 
Author Message
 Post subject: [Spoiler] Harry Potter #7 Summary
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 3:18 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
บีจังคือคนเดียวกับที่สปอยที่พันทิปห้องแฮร์รี่ค่ะ

ถ้าจะเอาไปลงที่ไหน Comment & Credit ด้วย ตามมารยาทที่ดีของคนเล่นเน็ตนะคะ

Image

บทที่ 1 - The Dark Lord Ascending

กล่าวถึงโวลเดอมอร์ กำลังวางแผนประชุมอยู่กับพวก Death Eaters ค่ะ สเนปบอกที่ประชุมว่าแฮร์รี่จะออกเดินทางวันไหน มีบางส่วนยังไม่เชื่อสเนปแล้วก็เถียงกัน .. คุยเรื่อง Ministry of Magic .. โวลดี้ต้องการไม้กายสิทธิ์ของคนอื่นและเขาต้องการฆ่าแฮร์รี่เอง โวลดี้เลยจะเอาไม้ของลูเซียส ซึ่งลูเซียสก็ขัดไม่ได้ โวลดี้เลยกระแนะกระแหน่ลูเซียสแทน ไป ๆ มา ๆ คนอื่นก็ช่วยกันแขวะเรื่องครอบครัวมัลฟอยค่ะ ยกข่าวเรื่องท็องก์ (มีศักดิ์เป็นหลานของเบลลาทริกซ์ ลูเซียสกับนาซิสซ่าร์) ที่ไปแต่งงานกับลูปินที่เป็นหมาป่า เลยโดนหัวเราะเยาะค่ะ .. จากนั้น โวลดี้ก็เปิดเผยแขกในที่ประชุม (นักโทษนี่ล่ะ) เป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนเกี่ยวกับมักเกิ้ล ชื่อว่า Charity Burbage .. แล้วก็ฆ่าเธอค่ะ

Note : - เดรโกนั่งอยู่ด้วยค่ะ เข่าอ่อนตกเก้าอี้ตอนโวลดี้ฆ่าอาจารย์ Burbage ค่ะ
- พวกฝั่งโวลดี้เป็นพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์ การแต่งงานหรือคบหามักเกิ้ลเป็นเรื่องน่ารังเกียจ
- โวลดี้เอาไม้ของคนอื่น คาดว่า (บีจังคิดเองนะ) เพราะเขาต้องเป็นคนฆ่าแฮร์รี่ และไม้กายสิทธิ์ของทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ฆ่ากันไม่ได้ เลยต้องยืมของคนอื่นค่ะ

Image

บทที่ 2 - In memorandum

กล่าวถึงแฮร์รี่ที่ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ดูข้าวของเก่า ๆ และคิดถึงดัมเบิลดอร์ .. มีคอลัมม์ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ ประมาณดัมเบิลดอร์ในความทรงจำน่ะค่ะ .. เขียนโดย Elphias Doge ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มาเข้าเรียนที่โรงเรียนพร้อม ๆ กัน ตอนนั้นพ่อของดัมเบิลดอร์เพิ่งถูกจับฐานทำร้ายมักเกิ้ล ถูกขังที่อัซคาบัน ทำให้ดัมเบิลดอร์ถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดมักเกิ้ลไปด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้น เขาเป็นคนฉลาดที่สุดในโรงเรียน มีเพื่อนเป็นคนมีชื่อเสียงหลายคน ได้รางวัลมากมาย ..

สามปีหลังจากพวกเขาได้เรียนที่โรงเรียน น้องชายของดัมเบิลดอร์ชื่อ Aberforth ได้มาเข้าเรียน ซึ่งเหมือนว่าเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน และดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไหร่ .. หลังเรียนจบ Elphias กับดัมเบิลดอร์ตั้งใจจะออกท่องเที่ยวด้วยกัน แต่เกิดเรื่องขึ้นคือแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย และหลังจากนั้นอีกปี น้องสาวของดัมเบิลดอร์ก็ตาย พี่น้องห่างกันมากยิ่งขึ้น .. Elphias กล่าวยกย่องดัมเบิลดอร์ว่าได้ทำประโยชน์ต่อสังคมของพ่อมดแม่มดมาก ๆ แล้วก็ได้พูดถึงการประลองเวทย์ของดัมเบิลดอร์กับ Grindelwald

แล้วก็มีข่าว Interview ริต้า สคีเตอร์ ที่กำลังจะออกหนังสือประวัติชีวิตของดัมเบิลดอร์ .. ซึ่งแฮร์รี่อ่านสัมภาษณ์เสร็จก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที

Image

บทที่ 3 - The Dursleys Departing

พวก Dursleys โดยเฉพาะลุงเวอร์นอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่แฮร์รี่เตือนถึงอันตรายต่อครอบครัว คิดว่าแฮร์รี่จะยึดบ้าน แต่แฮร์รี่ก็พูดกล่อมจนเขายอมไปอีกครั้งและเพราะดัดลีย์เห็นด้วยกับแฮร์รี่ แผนคือต้องให้พวก Dursleys จะไปอยู่ที่ปลอดภัย จะได้ไม่ถูกพวกโวลดี้จับไปทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่ แล้วนั่นอาจคือครั้งสุดท้ายที่แฮร์รี่จะได้พบพวก Dursleys อีก แอบซึ้งเล็กน้อยเพราะอย่างน้อย ดัดลีย์ก็เหมือนจะจำได้ว่าแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตไว้ ป้าเพ็ตทูเนียเหมือนจะพูดอะไรก่อนไป แต่ก็พูดไม่ออก พูดแต่เพียงว่าลาก่อน ...

Note : อย่างน้อยถึงไม่เคยชอบหน้ากัน แต่ก็มีความผูกพันค่ะ

Image

บทที่ 4 - The Seven Potters

พวก Dursleys ไปแล้ว แฮร์รี่ระลึกความหลังกับบ้านหลังนี้ขณะหนึ่งก่อนจะมีคนมารับ แผนคือให้เพื่อน ๆ ดื่มน้ำยาสรรพรสเป็นแฮร์รี่และแยกกันไปแต่ละที่ แล้วค่อยใช้กุญแจนำทางมายังบ้านโพรงกระต่ายค่ะ แฮร์รี่ไปกับแฮกริดโดยมอเตอร์ไซด์คันเดิมที่เคยใช้มาส่งแฮร์รี่ที่บ้านนี่ล่ะ สองคนนี้เดินทางไปที่บ้านพ่อแม่ของท็องก์แล้วใช้กุญแจนำทางไปบ้านโพรงกระต่าย .. มันดันกัสปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับมูดดี้ .. อาเธอร์ไปกับเฟร็ดที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. ลูปินไปกับจอร์จที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. บิลไปกับเฟลอร์ที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. เฮอร์ไมโอนี่ปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับคิงสลีย์ .. รอนปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับท๊องก์ ทั้งหมดไปโดยไม้กวาด หรือ Thestral

ทันทีที่แยกกันไปทุกคนก็ถูกโจมตีจากผู้เสพความตายค่ะ .. ทั้งหนีทั้งสู้วุ่นวายน่าดู แฮร์รี่กำลังสาปให้ผู้เสพความตายตัวแข็ง เขาหันไปเห็น Stan แฮร์รี่เลยใช้คาถาปลดอาวุธแทน สเตนเลยตะโกนบอกคนอื่นว่านี่คือแฮร์รี่ตัวจริง ผู้เสพความตายที่ล้อมอยู่หายไปพักหนึ่ง .. ก่อนจะกลับมาใหม่พร้อมกับโวลเดอมอร์ ที่พยายามจะฆ่าแฮร์รี่ ทันทีที่จะถูกคำสาป ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็ เอ่อ เรียกไงดีล่ะ act of its own ทำตามใจตัวเอง โดยที่แฮร์รี่ไม่ได้ สั่งหรือโบกไม้น่ะค่ะ .. ไม้ของลูเซียสที่โวลเดอมอร์เอามาใช้ระเบิด โวลเดอมอร์ถอยทัพไป แฮร์รี่กับแฮกริดตกลงที่บ่อน้ำ ตรงบ้านพ่อแม่ท็องก์พอดีค่ะ

Note : เฮ็กวิดตายค่ะ .. .. .. ทำไปได้นะ ป้าเจเค นกฮูกป้ายังฆ่าเลยค่ะ

Image

บทที่ 5 - Fallen Warrior

แฮร์รี่กับแฮกริดมายังบ้านพ่อแม่ของท๊องก์อย่าง (ค่อนข้างจะ) ปลอดภัย คุยกันพักหนึ่ง แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าทำไมโวลดี้ถึงถอยไป เพราะว่ามอเตอร์ไซด์พุ่งเข้ามาในเขตคาถาคุ้มครองของทางภาคีพอดีค่ะ แฮร์รี่เกือบจะพุ่งไปหาแม่ของท๊องก์เพราะเธอคล้ายกับเบลลาทริกซ์มาก

แฮร์รี่กับแฮกริดใช้กุญแจนำทางกลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายเป็นคู่แรก ซึ่งตามที่นัดกัน พวกเขาต้องกลับเป็นคู่ที่สาม ทำให้มอลลี่กับจินนี่เป็นห่วงคนอื่น ๆ มาก .. ไม่นาน ลูปินกับจอร์จก็กลับมา โดยที่จอร์จบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย โดนสเนปทำร้ายที่ศีรษะ หูขาดไปหนึ่งข้าง .. เฮอร์ไมโอนี่กับคิงสลีย์ เฟร็ดกับอาเธอร์ รอนกับท๊องค์ บิลกับเฟลอร์ กลับมาอย่างปลอดดภัย .. บิลเล่าว่า กลุ่มเขากับมูดดี้บินอยู่ใกล้ ๆ กัน ทันทีที่โวลเดอเมอร์โจมตี มันดันกัสตื่นตกใจ และหายตัวไป คำสาปของโวลดี้เลยโดนมูดดี้เข้าเต็ม ๆ ที่หน้า กระแทกเขาจนตกจากไม้กวาด และ ตามที่บิลคาดการณ์ มูดดี้ได้เสียชีวิตแล้ว

พวกเขาปรึกษากันว่าแผนรั่วได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่รัดกุมและมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางของแฮร์รี่ใหม่ แต่โวลดี้ก็ยังรู้อยู่ดี แฮร์รี่บอกว่าเขาเชื่อใจทุกคนในที่นั่น จนลูปินเอ่ยปากเตือนว่าเขาเหมือนเจมส์ในเรื่องการเชื่อใจเพื่อน ๆ (แต่ก็ถูกปีเตอร์หักหลังในที่สุด) แฮร์รี่พูดเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขาที่ร่ายเวทย์เองโดยที่เขาไม่ได้ทำ แต่เหมือนไม่มีใครเชื่อ ทำให้แฮร์รี่คิดถึงดัมเบิลดอร์มาก ๆ ว่าเขาคงต้องยอมฟังและแนะนำอะไรดี ๆ ให้ได้ ..

แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น แล้วเขาก็เห็นภาพในศีรษะ โวลเดอมอร์กำลังทำร้ายโอลิแวนเดอร์ คาดคั้นถามเรื่องไม้กายสิทธิ์ เพราะเขาคิดว่าโอลิแวนเดอร์โกหกตนเองให้แฮร์รี่รอด เรื่องที่เขาต้องใช้ไม้กายสิทธิ์คนอื่นแทนไม้ของโวลดี้เอง

Note : - มีใครนับไหม ว่ากี่ศพแล้ว ..

Image

บทที่ 6 - Ghoul in pajamas

อีกไม่กี่วันแฮร์รี่จะครบสิบเจ็ด มีเรื่องให้พวกเขาต้องคิดกันเยอะ ทั้งเรื่องงานแต่งของบิลกับเฟลอร์ พวกเขาต้องจัดบ้านเล็ก ๆ ต้อนรับแขกและครอบครัวเฟลอร์ การย้ายภาคีจากบ้านซีเรียสมาที่นี่ยิ่งทำให้สถานที่คับแคบขึ้นไปอีก แล้วยังมีเรื่อง Horcruxes และที่ว่าทั้งสามจะเลิกเรียนไปหา Horcruxes ซึ่งแน่นอนมอลลี่ไม่เห็นด้วย ผิดกับอาเธอร์และพี่น้องคนอื่น

ทั้งสามคุยกันเรื่องมูดดี้ ซึ่งรอนยังแอบหวังว่ามูดดี้อาจจะยังไม่ตายเพราะไม่มีใครพบศพ เฮอร์ไมโอนี่นั่งเลือกหนังสือที่จะเอาไปด้วยในการเดินทางหา Horcruxes ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องมาเสี่ยงชีวิตไปกับเขา เฮอร์ไมโอนี่บอกทั้งน้ำตาว่าเธอถึงขนาดเปลี่ยนความทรงจำพ่อแม่ว่าไม่เคยมีลูกสาว เพื่อให้โวลเดอมอร์ติดตามยากขึ้น ส่วนรอนก็ให้ Ghoul ในบ้านใส่ชุดนอนของเขา หลอกคนอื่นว่าตัวเองป่วยหนักไปเรียนไม่ได้

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอกำลังค้นคว้าเรื่อง Horcruxes ที่เธอเคยหาอ่านในห้องสมุดแล้วไม่เจออะไรเลย หลังจากงานศพดัมเบิลดอร์ เธอนั่งเก็บของในหอหญิง แล้วนึกขึ้นได้เลยลองเสกแอ๊กซิโอดู แล้วหนังสือก็ลอยมาหาเธอจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ .. มันเป็นหนังสือ ความลับของศาสตร์มืดที่สุด เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องชั่วร้าย มีวิธีสร้าง Horcruxes การรวมวิญญาณและการทำลาย Horcruxes ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก เธอบอกว่าการทำลายต้องทำให้มันเสียหายเกินกว่าที่จะใช้เวทมนต์ซ่อมแซมได้ เหมือนไดอารี่ของริดเดิ้ลที่จินนี่เอาไปทิ้งชักโครกกลับไม่เป็นไร แต่แฮร์รี่ใช้เขี้ยวบาซิลิสแทง (พิษบาซิลิสรักษาได้ด้วยน้ำตานกฟินิกซ์ซึ่งเป็นแรร์ไอเทมหายากมาก ดังนั้นก็กลาย ๆ ว่าจะรักษาได้ยาก) ไดอารี่ก็หมดสภาพ

Note : - บีจังอ่านช่วงเฮอร์ไมโอนี่อธิบายเรื่อง Horcruxes ไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ค่ะ
- บีจังไม่ได้อ่านเวอร์ชั่นไทยตั้งแต่เล่มสามค่ะ เลยไม่ทราบว่าภาษาไทยใช้ทับศัพท์อะไรแทนคำเฉพาะทั้งหลายค่ะ

Image

บทที่ 7 - The Will of Albus Dumbledore

รอนบอกว่าแฮร์รี่นอนละเมอพูดแต่ชื่อ Gregorovitch ซึ่งพวกเขาก็สงสัยกันว่านี่คือชื่ออะไร แต่ข้อสงสัยก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นแทนเพราะแฮร์รี่อายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว นั่นหมายถึงแฮร์รี่บรรลุนิติภาวะในโลกพ่อมดและใช้คาถาได้แล้ว (โดยไม่ถูกจับ) แฮร์รี่ได้รับของขวัญวันเกิดจากเพื่อน ๆ .. จินนี่เรียกแฮร์รี่ไปคุยด้วยตามลำพัง บอกว่าเธอนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรแฮร์รี่ เลยคิดว่าจะมอบสิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงเธอ พวกเขาจูบกัน กำลังหวานซึ้ง อยู่ ๆ รอนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา .. รอนบ่น ๆ ใส่แฮร์รี่ว่าเขาไม่ควรให้ความหวังจินนี่ ซึ่งแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าตัวเขาเองอนาคตไม่แน่นอน และบอกว่าจะไม่ถือโอกาสกับจินนี่อีก

คืนนั้นมีการจัดงานวันเกิดแฮร์รี่กัน ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ Rufus Scrimgeour รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ก็โผล่มา เรียกแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว ซึ่งก็คือเรื่องพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์ ที่ได้มอบของบางอย่างให้พวกเขา .. แฮร์รี่เลยตั้งข้อสงสัยว่า ดัมเบิลดอร์ตายไปตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ทำไมเพิ่งเอามาให้ เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าทางกระทรวงคงสงสัยว่าของ ๆ ดัมเบิลดอร์จะมีศาสตร์มืด กระทรวงเลยเก็บไปตรวจสอบ

ดัมเบิลดอร์มอบ Deluminator ให้รอน .. หนังสือนิทาน Tale of Beedle, the Bard ให้เฮอร์ไมโอนี่ ส่วนของแฮร์รี่ คือลูกสนิทช์ของการแข่งขันครั้งแรกของแฮร์รี่ .. ลูกสนิทช์เป็นของวิเศษที่จดจำสัมผัสของคนที่แตะต้องมันได้คนแรก และเก็บซ่อนข้อความความลับได้ ซึ่ง Scrimgeour แน่ใจว่าในนี้ดัมเบิลดอร์ต้องซ่อนอะไรไว้ให้แฮร์รี่แน่ ๆ .. แต่พอแฮร์รี่ถือลูกสนิทช์ไว้ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ Scrimgeour หัวเสียมาก .. ของอีกอย่างที่ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่คือดาบกริฟฟินดอร์ ซึ่ง Scrimgeour อ้างว่าดาบเป็นสมบัติอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์ เลยไม่ยอมมอบให้แฮร์รี่ ซึ่งพวกเขาสามคนก็เถียงสู้ขาดใจ จน Scrimgeour โกรธจัดยกไม้กายสิทธิ์จิ้มไปที่อกแฮร์รี่จนเสื้อเป็นรู เสียงเอะอะทำให้อาเธอร์กับมอลลี่รีบวิ่งเข้ามาดู Scrimgeour เลยถอยกลับไป

ทั้งสามตรวจสอบของที่ดัมเบิลดอร์เหลือไว้ให้ และพยายามเชื่อมโยงกันว่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ .. แฮร์รี่นึกได้ว่าลูกสนิทช์ลูกนี้ ในการแข่งครั้งนั้น เขาไม่ได้ใช้มือจับมัน แต่กลืนมันไว้ต่างหาก ในลูกสนิทช์มีประโยคซ่อนไว้ว่า I open at the close. ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า เธอไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มาก่อน รอนตกใจมากเพราะนี่คือหนังสือนิทานที่เด็กในโลกเวทมนต์ทุกคนรู้จัก แม้แต่เขาเองที่ไม่ชอบอ่านหนังสือยังรู้จักเลย เฮอร์ไมโอนี่ก็เถียงกลับว่าเธอเกิดในโลกของมักเกิ้ล ทำให้เธอฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงอยากให้เธออ่านหนังสือเล่มนี้

Note: - ถูกใจสาวกแฮร์รี่จินนี่สินะเนี่ย

Image

บทที่ 8 - The Wedding

ในงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์ แฮร์รี่ดื่มน้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นญาติคนหนึ่งของพวกวีสลีย์ ชื่อแบร์รี่ วีสลีย์ (แต่จริง ๆ แล้วใช้ผมจากเด็กหนุ่มมักเกิ้ลผมแดงแถวบ้าน) ทุกคนออกมารับแขกที่มางานแต่ง ซึ่งก็มีเพื่อน ๆ และคนรู้จักมากมาย .. ลูน่ากับพ่อ ชื่อว่า Xenophilius ที่ท่าทางแปลกพอ ๆ กัน .. Auntie Muriel คุณป้าปากร้ายของพวกวีสลีย์ และวิคเตอร์ ครัม ที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดง และรอนหึงจนลมออกหู .. พิธีแต่งงานราบรื่นดี

ระหว่างที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ออกไปเต้นรำกัน ครัมพูดคุยกับแฮร์รี่ (ที่เขาไม่รู้ว่าคือแฮร์รี่เพราะปลอมตัวอยู่) บอกถึงความผิดปกติของพ่อลูน่าที่เขาสังเกตเห็น เพราะพ่อของลูน่าใส่สร้อยที่มีสัญลักษณ์ของ Grindelwald พ่อมดชั่วร้ายที่ดัมเบิลดอร์เคยประลองกัน แฮร์รี่จึงแก้ตัวให้ลูน่ากับพ่อ ว่าพวกนี้เป็นคนแปลก ๆ สนใจสิ่งของแปลก ๆ แบบนี้ ซึ่งครัมดูไม่ค่อยเชื่อ แล้วแฮร์รี่ก็นึกได้ Gregorovitch เป็นคนทำไม้กายสิทธิ์ของครัม ซึ่งเขาเลิกขายไปหลายปีแล้ว ไม้ของครัมเป็นไม้สุดท้ายที่เขาขายให้ ทำให้แฮร์รี่นึกเอะใจว่า Gregorovitch หายไปเพราะโวลเดอมอร์หรือเปล่า เขาจะรู้อะไรมากกว่าโอลิเวนเดอร์หรือเปล่า


_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 3:25 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
ในงาน แฮร์รี่พบกับ Elphias Doge ที่เขียนคอลัมม์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่แสดงตัวกับ Elphias และพูดคุยกัน Elphias ไม่พอใจเรื่องหนังสือของริต้า สคีเตอร์ ซึ่งแฮร์รี่ถามเขาว่าสมัยก่อน ดัมเบิลดอร์เคยยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดหรือเปล่า Elpias ปฏิเสธ และยืนยันแฮร์รี่ว่าอย่าสั่นคลอนความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ พวกเขากำลังคุยเรื่องริต้าอยู่ ป้า Muriel ก็เข้ามาร่วมวงด้วย บอกว่าเธอชื่นชมและรอคอยหนังสือของริต้าอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเธอหลุดปากออกมาว่าน้องสาวของดัมเบิลดอร์ Ariana เป็น Squib และดัมเบิลดอร์กักเธอไว้ในบ้านตลอดเวลา และแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว หยิ่งผยองและกดขี่ข่มเหง ไม่ยอมให้ลูกสาวที่แม้จะเป็น Squib ไปเข้าโรงเรียนมักเกิ้ลเด็ดขาด Elphias เถียงว่า Ariana ป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปไหนได้ ป้า Muriel ก็เถียงกลับว่าป่วยหนักแต่กลับไม่เคยไปรักษาตัวที่ St. Mango เลยสักครั้ง และขุดคุ้ยเรื่องที่ว่าแม่ของเขาอาจฆ่าลูกสาวตัวเองก็ได้ถ้าเธอไม่ตายไปซะก่อน หรือไม่ก็ Ariana ต้องการอิสระมากจนฆ่าแม่ตัวเองก็ได้ ซึ่งทำให้ Elphias โกรธจัด .. ป้า Muriel ยังเล่าต่อด้วยว่าเธอแอบฟังแม่กับ Bathilda Bagshot คุยกันว่าในงานศพของ Ariana น้องชายของดัมเบิลดอร์กล่าวโทษดัมเบิลดอร์ว่าเป็นเพราะเขา Araina ถึงตายและชกดัมเบิลดอร์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขืนหรือป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งแปลกมากเพราะเขาสามารถจัดการ Aberforth ได้อย่างสบาย ๆ และเธอก็แน่ใจว่าริต้าได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ซึ่ง Bathilda เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของดัมเบิลดอร์ อาศัยอยู่ที่ Godric's Hollow เหมือนกับดัมเบิลดอร์

สิ่งที่แฮร์รี่ได้รู้ทำให้เขาตกใจมาก ทั้งเรื่องอดีตของดัมเบิลดอร์ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และที่น่าตกใจที่สุดคือ ดัมเบิลดอร์เคยอยู่ในเมืองเดียวกับพ่อและแม่ของแฮร์รี่ และเขาไม่เคยพูดหรือบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่เลยสักครั้งเดียว แต่เขานั่งคิดได้ครู่เดียวเท่านั้น .. เมื่อผู้พิทักษ์ของคิงสลีย์ปรากฏตัวเพื่อส่งข่าวว่า "กระทรวงถูกยึด Scrimgeour เสียชีวิต พวกมันกำลังมา"

Note : - Bathilda Bagshot เป็นผู้เขียนหนังสือ A History of Magic

Image

บทที่ 9 - A Place to Hide

ในงานแต่งงานโกลาหลมาก ๆ กับข่าวร้าย เฮอร์ไมโอนี่พาแฮร์รี่กับรอนไปยังถนนในเมืองมักเกิ้ล เพราะคิดว่าปลอดภัยจากพวกผู้เสพความตาย เฮอร์ไมโอนี่เตรียมของพร้อมในกระเป๋า ซึ่งมีหนังสือ เสื้อผ้าไว้เปลี่ยนและผ้าคลุมล่องหน (พวกเขายังอยู่ในชุดงานปาร์ตี้) เธอให้แฮร์รี่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนและพาพวกเขาไปนั่งพักในบาร์เก่า ๆ แห่งหนึ่งเพื่อปรึกษากันว่าจะซ่อนกันที่ไหนดี ในบาร์นั้น แฮร์รี่ที่ล่องหนอยู่เหลือบเห็นแขกในร้านยกไม้กายสิทธิ์จะทำร้ายรอน พวกเขาจึงต่อสู้กันจนผ้าคลุมหล่นไป แต่ก็จับผู้เสพความตายสองคนไว้ได้ พวกเขาเคลียร์พื้นที่ เปลี่ยนความทรงจำคนในนั้นใหม่ และปรึกษากันว่าจะไปไหนดี แฮร์รี่ยืนยันจะกลับไปที่บ้านเก่าซีเรียส แม้เพื่อน ๆ จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไป

ในบ้าน มีคำสาปของพวกภาคีใช้เพื่อดักสเนป พวกเขาปรึกษากันว่าทำไมผู้เสพความตายตามแฮร์รี่มาเจอได้ยังไง แล้วสงสัยว่าร่องรอยติดตามตัวของแฮร์รี่อาจจะยังอยู่ (เอ่อ มันคือ Trace ที่จับพวกอายุต่ำกว่า 17 แล้วใช้คาถาน่ะค่ะ ผิดกฏหมาย) และถ้ามันยังอยู่แฮร์รี่ใช้คาถาเมื่อไหร่ พวกโวลดี้ที่ยึดกระทรวงได้แล้วจะรู้ทันทีว่าแฮร์รี่อยู่ไหน ระหว่างที่ปรึกษากันอยู่ แฮร์รี่ก็ปวดแผลเป็นและรู้สึกความโกรธของโวลดี้ ที่ลูกน้องปล่อยให้แฮร์รี่หนีไปได้อีก

Note : - ระหว่างเดินบนถนน มีคนวี้ดวิ้วเฮอร์ไมโอนี่ด้วยค่ะ
- เฮอร์ไมโอนี่สั่งคาปูชิโน่มาสองแก้ว (แฮร์รี่อดเพราะล่องหนอยู่ สั่งสามแก้วมันดูแปลก ๆ เพราะนั่งแค่สองคน)
- รอนเกลียดคาปูชิโน่

Image

บทที่ 10 - Kreacher's tale

แฮร์รี่ตื่นแต่เช้า ยังคงสับสนและว้าวุ่นใจอยู่โดยเฉพาะเรื่องของดัมเบิลดอร์ เขาเดินเรื่อยเปี่อยไปในห้องนอนเก่าของซีเรียส และไปเจอจดหมายเก่าที่ลิลลี่เขียนมาหาซีเรียส เล่าถึงแฮร์รี่สมัยเด็ก ๆ ที่ชอบของขวัญ (ไม้กวาดของเล่น) ของซีเรียสมาก ๆ เล่าว่า ดัมเบิลดอร์ยังไม่ได้คืนผ้าคลุมล่องหนของเจมส์ วอร์มเทลที่มาเยี่ยมเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ดูเศร้า ๆ ไป ... Bathilda มาเยี่ยมบ่อย ๆ และรู้สึกจะเอ็นดูแฮร์รี่มาก และได้เล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ให้ฟัง ... จดหมายขาดหายไปเท่านั้น แฮร์รี่พยายามหาส่วนที่เหลือของจดหมายต่อแต่ไม่พบ เนื้อความในจดหมายยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัยหนักขึ้นและอยากจะไปที่ Godric's Hollow แต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าผู้เสพความตายต้องไปดักรอแฮร์รี่ที่แถวหลุมศพพ่อแม่ของเขาแน่ ๆ

ระหว่างที่กำลังจะลงไปหาอะไรกิน แฮร์รี่เห็นสัญลักษณ์หน้าห้องที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน และเห็นชื่อ Regulas Arcturus Black และนึกถึงล๊อกเก็ต R.A.B. ขึ้นมา จึงเข้าไปสำรวจห้องของเรกูลัส ซึ่งเก็บข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับโวลดี้เต็มไปหมด .. เรกูลัสเป็นน้องชายของซีเรียส แต่ต่างจากซีเรียสมาก ๆ อยู่บ้านสลิธีริน เคยเป็นผู้เสพความตาย แต่เมื่อพยายามถอนตัว ก็เลยถูกสังหาร .. เฮอร์ไมโอนี่เลยตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเขาเป็นผู้เสพความตาย ได้ใกล้ชิดโวลเดอมอร์ แต่กลับอยากเลิกเพราะอาจจะหมดความเชื่อถือ เขาคงต้องการจะโค่นล้มโวลเดอมอร์แน่ ๆ พวกเขาพยายามหาล็อกเก็ตในห้องแต่ไม่พบ เฮอร์ไมโอนี่เลยนึกถึงตู้เสื้อผ้าที่ใครพยายามเปิด มันจะพ่นขยะใส่ และนึกถึงครีเชอร์

แฮร์รี่เรียกครีเชอร์ออกมา ถามเรื่องล็อกเก็ตและเรกูลัส ครีเชอร์บอกว่าล๊อกเก็ตถูกมันดันกัสเอาไปแล้ว ครีเชอร์เล่าถึงเรกูลัสว่าเป็นคนที่ดีต่อครีเชอร์มาก ผิดกับซีเรียส และครีเชอร์ดีใจและยินดีรับใช้เรกูลัสมาก เมื่อเรกูลัสอายุสิบหกและเข้าร่วมกับโวลดี้ ครีเชอร์ก็ถูกเรียกไปรับใช้โวลดี้ด้วย โวลดี้พาครีเชอร์ไปที่ถ้ำแห่งนั้น และให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยาในอ่าง เป็นการทดสอบว่าน้ำยาใช้ได้หรือเปล่า จากนั้นโวลดี้ก็ทิ้งครีเชอร์ไว้ในถ้ำ ครีเชอร์ทรมาน คลานมาดื่มน้ำที่ทะเลสาปแล้วก็ถูกพวกปีศาจดึงลงไปในน้ำ แต่ครีเชอร์รอดมาได้เพราะเรกูลัสเรียกครีเชอร์กลับไปพอดี

จุดนี้แฮร์รี่สงสัยว่าทำไมครีเชอร์ถึงกลับไปได้ เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเลยบอกว่าเวทมนต์ของเอลฟ์ไม่เหมือนกับของพ่อมด คำสั่งของเจ้านายคืออันดับหนึ่ง และเอลฟ์สามารถหายตัวได้แม้แต่ในฮอกวอตส์ หลังจากนั้น เรกูลัสขอให้ครีเชอร์พาเขาไปที่ถ้ำ ที่อ่างนั้น ... แต่เรกูลัสไม่ได้ให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยานั่น เขาเป็นคนดื่มเอง สั่งครีเชอร์สลับล็อกเก็ตและทำลายมันทิ้ง สุดท้ายเรกูลัสก็ถูกพวกอินเฟอรี่ดึงไปในทะเลสาป ครีเชอร์กลับมา พยายามทำลายล็อกเก็ตแต่ไม่สำเร็จ นายหญิงก็เสียใจมากที่เรกูลัสหายตัวไป ครีเชอร์ก็ทำโทษตัวเองที่ทำตามคำสั่งไม่ได้ บอกนายหญิงไม่ได้เช่นกันเพราะเรกูลัสห้ามไม่ให้ครีเชอร์บอกเรื่องนี้กับใคร

แฮร์รี่ไม่เข้าใจครีเชอร์ว่าทำไมยังช่วยบอกข่าวให้พวกโวลดี้อีก ทั้ง ๆ โวลดี้เองเคยปล่อยให้มันตาย และเรกูลัสนายของมันพยายามจะล้มล้างโวลดี้ แต่ครีเชอร์กลับทรยศ ส่งข่าวให้นาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ไปบอกโวลดี้อีก เฮอร์ไมโอนี่เลยอธิบายว่าเอลฟ์ประจำบ้านเหมือนเป็นทาสรับใช้ที่ถูกข่มเหงมาตลอด มันจะดีกับพ่อมดที่ใจดีกับมันมาก ๆ เท่านั้น ซึ่งก็คือนายหญิงแบล็คและเรกูลัส ผิดกับซีเรียสทีทำไม่ดีต่อครีเชอร์มาก มันจึงมองนาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ดีกว่าซีเรียส และนี่คือผลตอบแทนของการกระทำไม่ดีต่อเอลฟ์ประจำบ้าน

เมื่อเข้าใจแล้ว แฮร์รี่จึงสั่งให้ครีเชอร์ติดตามมันดันกัส และค้นหาว่าล็อกเก็ตอยู่ไหน เพราะมันสำคัญมากต่อเรกูลัส และเพื่อไม่ให้เขาตายอย่างไร้ค่า แล้วแฮร์รี่ก็มอบล็อกเก็ตอันที่เรกูลัสทำปลอมเอาไว้ให้กับครีเชอร์ และบอกมันว่า นี่เป็นของเรกูลัส มอบให้กับมันตอบแทบความภักดีที่มันมีให้ ซึ่งทำให้ครีเชอร์ซาบซึ้งใจมาก ๆ ก่อนมันจากไป มันโค้งคำนับแฮร์รี่กับรอนถึงสองครั้ง ทำเสียงตลก ๆ ใส่เฮอร์ไมโอนี่ ก่อนจะคำนับอย่างนับถือแล้วก็หายตัวไป

Note : - ในห้องซีเรียสมีรูปรถมอเตอร์ไซค์ด้วย แฮร์รี่คิดว่าพ่อทูนตัวของตัวเองเจ๋งโคตร ๆ .. อ้อ มีรูปสาวสวยมักเกิ้ลใส่บิกินี่ด้วยค่ะ อิอิ

Image

บทที่ 11 - The Bribe

สองวันแล้ว ครีเชอร์ยังไม่กลับมา ผู้เสพความตายยังคงเดินเพ่นพ่านที่ถนน แต่ยังหาพวกเขาซึ่งซ่อนอยู่ในบ้านไม่พบ พวกเขาไม่ได้ข่าวจากข้างนอกเลย ซึ่งทำให้รอนหงุดหงิดมากเพราะเป็นห่วงทางบ้าน แต่แล้ว ลูปินก็มาที่นี่ แฮร์รี่เล่าเรื่องหลังจากงานแต่งงานให้ฟัง ซึ่งลูปินคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้เสพความตายรู้ที่อยู่ของแฮร์รี่ได้เร็วขนาดนั้น ถึงกับจะไปจับแฮร์รี่ที่ผับในเมืองมักเกิ้ล ลูปินแจ้งข่าวพวกเขาว่าตอนนี้พวกผู้เสพความตายและโวลดี้ยึดกระทรวงไว้แล้ว พวกนั้นทรมาน Scrimgeour ให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่ แต่ Scrimgeour ก็ไม่ยอมบอกแล้วก็ถูกสังหารในเวลาต่อมา ซึ่งทำให้ทั้งแฮร์รี่ช็อกทั้งตื้นตันใจ ถึงแม้เขาจะไม่ชอบ Scrimgeour แต่ Scrimgeour ก็ช่วยปกป้องเขาจนตาย พวกผู้เสพความตายยังตามหาแฮร์รี่อยู่ ทั้งไปบ้านพ่อแม่ของท็องค์ ให้คำสาปกรีดแทงทรมานให้บอกที่ซ่อน ค้นบ้านโพรงกระต่าย แต่ท้ายที่สุด ทุกคนยังปลอดภัย Daily Prophet ก็ถูกพวกโวลดี้ยืดครอง และลงข่าวข้อสงสัยเกี่ยวกับการตายของดัมเบิลดอร์ ซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธมาก รัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงคือ Pius Thicknesse ซึ่งถูกคาถาสะกดใจอยู่ และกลายเป็นหุ่นเชิดของโวลเดอมอร์ในกระทรวง รวมทั้งการออกกฏลงทะเบียนพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล (Muggle-Born Register) ที่กล่าวหาว่าพวกนี้ได้ขโมยพลังเวทมนต์มาใช้

ลูปินถามแฮร์รี่เรื่องที่ดัมเบิลดอร์ได้มอบหมายอะไรให้เขาทำ ลูปินต้องการจะช่วยและปกป้องแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ไม่ยอมบอกลูปินว่างานนั้นคืออะไร แฮร์รี่ยกเรื่องท็องก์ขึ้นมาพูด ซึ่งลูปินก็ดูเศร้าหนักกว่าเดิม เขาบอกว่าท็องก์กำลังจะมีลูก ทั้งสามคนเข้ามายินดีกับลูปินที่ดูไม่ยินดีด้วย และยังยืนยันขอจะร่วมกลุ่มด้วยอีก แต่แฮร์รี่ยังคงถามเขาเรื่องท๊องก์ ว่าเขาตั้งใจจะปล่อยให้ท๊องก์อยู่ที่บ้านพ่อแม่และทำไมถึงอยากไม่อยากอยู่กับลูกที่จะเกิดมา ลูปินหน้าซีด ตอบอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่แต่งงานกับท๊องก์ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นพวกถูกเนรเทศไปด้วยเพราะมาแต่งกับมนุษย์หมาป่า พ่อแม่ของเธอก็ไม่เห็นด้วย ไม่มีใครอยากคุยกับพวกเขา และลูกที่เกิดมาก็มีสิทธิ์เป็นเหมือนเขาก็ได้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นมนุษย์หมาป่า แต่แฮร์รี่โกรธลูปินมากที่จะทิ้งท๊องก์กับลูก จนด่าลูปินว่าเป็นคนขี้ขลาด ลูปินซัดคาถากระแทกแฮร์รี่และออกจากที่นั่นไป เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าแฮร์รี่ไม่ควรพูดแบบนั้น แฮร์รี่บอกว่า พ่อกับแม่ไม่ควรจะทิ้งลูกนอกจากจะจำเป็นจริง ๆ พออารมณ์เย็นลง แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ควรว่าลูปินว่าขี้ขลาดแม้เขาจะทำตัวแบบนั้นก็ตาม และหวังว่าเขาจะกลับไปหาท๊องก์

ในหนังสือพิมพ์ มีตัวอย่างหนังสือของริต้าเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ กล่าวถึงแม่และน้องสาวเมื่อมาอาศัยที่ Godric’s Hollow แล้วครีเชอร์ก็กลับมา พร้อมกับมันดันกัส ซึ่งเขายอมรับว่าตอนที่ถูกโวลดี้ไล่ตามเขาตกใจมากและไม่อยากตายจึงหายตัวหนีไป แฮร์รี่ถามเขาเรื่องล๊อกเก็ต ซึ่งมันดันกัสบอกว่าเขาไปขายของที่ตรอกไดแอกอน ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาถามว่าเขาได้รับอนุญาตหรือเปล่าและจะเก็บค่าปรับเขา แต่เธอกลับชอบล็อกเก็ตแทน มันดันกัสเลยให้ล๊อกเก็ตเธอไป ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเธอคือใคร ... เฮอร์ไมโอนี่เสกคาถาใส่มันดันกัส ที่หลังมือขวาของเขามีรอยแผลเป็น

Note : - แฮร์รี่โกรธลูปินมากเพราะเขากำลังจะทิ้งลูกค่ะ บีจังคิดว่าแฮร์รี่นึกถึงตัวเอง ที่ไม่มีพ่อแม่ค่ะ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ พ่อแม่ไม่ควรจะทิ้งลูกเด็ดขาด

Image

บทที่ 12 - Magic is might

เลยเวลาเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถไฟสายฮอกวอตส์แล้ว ทั้งสามยังคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยมีครีเชอร์ (ที่กลายเป็นด๊อบบี้เบอร์สอง) คอยรับใช้อย่างนอบน้อมและเต็มใจ รับข่าวสารข้างนอกจากหนังสือพิมพ์ที่แอบขโมยมา ซึ่งพาดหัวข่าวว่า เซเวอร์รัส สเนป ได้ขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮอกวอตส์ และรับสองพี่น้อง Carrows ที่เป็นผู้เสพความตาย มาเป็นอาจารย์วิชามักเกิ้ลศึกษากับป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

พวกเขาวางแผนที่จะเข้าไปในกระทรวงเวทมนต์เพื่อหาล๊อกเก็ต ระหว่างคุยกัน แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าคนอื่นเพื่อตามหา Gregorovitch อีก เฮอร์ไมโอนี่เตือนให้แฮร์รี่ต้องระวังตัวและปิดกั้นไม่ให้โวลดี้เข้ามาแทรก แต่แฮร์รี่ไม่สนใจ เขาอยากรู้ว่าทำไมโวลดี้ต้องการ Gregorovitch

พวกเขาโดยใช้น้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นคนในกระทรวง เฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวเป็น Mafalda Hopkirk ตำแหน่งผู้ช่วยในแผนก Improper Use of Magic รอนปลอมเป็น Reg Cattermole แผนกซ่อมแซม ส่วนของแฮร์รี่ ปลอมเป็นชายตัวสูงชื่อ Albert Runcorn (ซึ่งตอนแรกพวกเขาไม่รู้ว่าคือใคร) ... ขณะที่พวกเขากำลังจะขึ้นไป ผู้เสพความตายคนหนึ่ง ชื่อ Yaxley ได้เรียกรอนในร่าง Cattermole ไว้ บอกว่าออฟฟิสเขาฝนตกมานานแล้ว และแปลกใจที่เห็นเขาตรงนี้ Yaxley บอกว่าเขากำลังจะลงไปสอบสวนเมียของ Cattermole ที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์และ Cattermole ควรจะไปอยู่ข้าง ๆ เธอ และขู่ไว้ว่าถ้าออฟฟิสเขาไม่แห้งภายในหนึ่งชั่วโมง สถานะสายเลือดของเมีย Cattermole จะต้องย่ำแย่แน่ ๆ

รอนออกจากลิฟต์ที่ชั้นสองหลังจากเฮอร์ไมโอนี่แนะนำวิธีซ่อมออฟฟิสของ Yaxley และเหมือนคนที่เข้ามาในลิฟต์จะรู้จักแฮร์รี่ในร่างของ Albert จนลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่ง คนสี่คนเข้ามา สองคนกำลังคุยกัน หนึ่งในนั้นแม่มดร่างเตี้ยหน้าตาคุ้นมากและตรงกับรูปพรรณสัณฐานของคนที่มันดันกัสบอกว่าให้ล็อกเก็ตไป เดินเข้ามาในลิฟต์พอดี

_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 3:34 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
Note : - บทนี้แปลแบบงง ๆ น่ะค่ะ อ่านไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ค่ะ ถ้ามีผิดตรงไหน ช่วยบอกช่วยแก้ด้วยนะคะ
- Charity Burbage อาจารย์คนเก่าวิชามักเกิ้ลศึกษา ถูกฆ่าตายในบทที่ 1 แต่หนังสือพิมพ์ปิดข่าว แค่ลงว่าลาออกค่ะ
- ตอนที่ทั้งสามต้องเอาเส้นผมคนอื่นมาใส่ในน้ำยาสรรพรสน่ะค่ะ .. คล้าย ๆ พวกโจรดักตีหัวเลย
- คนที่แฮร์รี่ปลอมตัวเป็นเขา เป็นคนใหญ่คนโตค่ะ
- มีแต่คนรังเกียจและดูถูก Cattermole ที่ทำงานแผนกซ่อมค่ะ

Image

บทที่ 13 - The Muggle-Born Registration Commission

แม่มดคนนั้นคืออัมบริดจ์ ซึ่งคิดว่า Mafalda ที่เฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวอยู่ถูกส่งมาช่วยงานเธอในการสอบสวนพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ต้องตามอัมบริดจ์ไปช่วยทำงานอย่างตื่นตระหนก แฮร์รี่ในร่างของ Albert Runcorn ใช้ผ้าคลุมล่องหนแอบเข้าไปในห้องทำงานของอัมบริดจ์เพื่อหาล็อกเก็ต แต่ก็ไม่พบ เขาเจอไฟล์ตรวจสอบสถานะทางสายเลือดของอาเธอร์ วีสลีย์ และรู้ว่าอาเธอร์กำลังถูกติดตามตัวตลอดเวลาเพราะมีแววจะติดต่อกับแฮร์รี่ ขณะแฮร์รี่หลบออกมาขึ้นลิฟต์ เขาเจอรอนในลิฟต์ที่เปียกไปทั้งตัว จากนั้นแฮร์รี่กับรอน (ในร่างปลอม) ได้เจออาเธอร์ ซึ่งอาเธอร์ดูเป็นมิตรกับ Cattermole แต่ไม่ค่อยกินเส้นกับแฮร์รี่ในร่าง Albert ที่เตือนเขาเรื่องกำลังถูกติดตาม แต่อาเธอร์กลับคิดว่า Albert ขู่เขาแทน

แฮร์รี่ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน แอบเข้าไปหาเฮอร์ไมโอนี่ในร่างของ Mafalda ที่กำลังเป็นผู้ช่วยอัมบริดจ์ในการสืบสวนพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล ซึ่งเป็นรายของเมีย Cattermole ที่รอนปลอมตัวอยู่ แฮร์รี่หาล็อกเก็ตในห้องอัมบริดจ์ไม่เจอเพราะเธอสวมมันไว้ที่ตัวตลอด เฮอร์ไมโอนี่ในร่าง Mafalda แกล้งเอ่ยปากชมล็อกเก็ตของอัมบริดจ์ ซึ่งอัมบริดจ์ตอบอย่างภาคภูมิว่าเป็นสมบัติประจำตระกูลที่เป็นเลือดบริสุทธิ์ และดูถูกพวกเกิดจากมักเกิ้ลจนแฮร์รี่ทนไม่ไหวอีกแล้ว ใช้คาถาทำให้อัมบริดจ์และ Yaxley ตัวแข็งไป และเสกผู้พิทักษ์ไล่ Dementors จากนั้นก็เอาล็อกเก็ตจากอัมบริดจ์ แล้วก็พาพวกที่รอสืบสวนทั้งหมดหนี

Note : - ประมาณว่า Albert Runcorn ที่แฮร์รี่ปลอมตัว เป็นคนที่ตรวจสอบประวัติครอบครัวพ่อมดน่ะค่ะ ซึ่งในตอนนี้ .. เขาค่อนข้างใหญ่พอตัว
- แฮร์รี่ (ในร่าง Albert) บอกพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลให้หนีออกนอกประเทศซะ
- หน้าห้องทำงานอัมบริดจ์ มีลูกตาปลอมของมูดดี้ เอาไว้ส่องพวกลูกน้อง .. แฮร์รี่ขโมยมันมา ทำให้พวกในกระทรวงรู้ว่ามีผู้บุกรุกค่ะ
- ตอนพาหนี มีสู้กันด้วยค่ะ

Image

บทที่ 14 - The Thief

แฮร์รี่รู้สึกตัวอีกที เขาก็นอนอยู่บนกองใบไม้และกิ่งไม้ รอนบาดเจ็บจนเป็นลมไปเพราะเสียเลือดมาก แต่เฮอร์ไมโอนี่ช่วยรักษาเขาจนอาการดีขึ้น พวกเขาอยู่ที่ป่าที่เคยเป็นสถานที่จัดแข่งควิชดิชเวิร์ลคัพ เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าพวกเขากลับไปที่ Grimmauld Place บ้านของซีเรียสไม่ได้อีกแล้ว เพราะตอนที่กำลังจะหายตัว Yaxley ได้จับเฮอร์ไมโอนี่เอาไว้ และพวกเขาไปถึงบ้านซีเรียสแล้ว Yaxley เป็นผู้เสพความตาย ดังนั้นคาถาฟิเดลิดัสที่ปกป้องที่นั้นก็สลายไปแล้ว เฮอร์ไมโอนี่สลัด Yaxley หลุดไปได้ และหายตัวพาพวกเขามาที่นี่แทน

พวกเขาสลับกันเฝ้าเวร พยายามตรวจสอบล็อกเก็ตที่เป็น Horcruxes แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ระหว่างที่เฝ้ายาม แฮร์รี่ปวดแผลเป็นอีกครั้ง และเห็นภาพโวลดี้กำลังทรมาน Gregorovitch บอกว่าให้มอบมันมาให้เขา แต่ Gregorovitch บอกว่ามันถูกขโมยไปแล้ว โวลดี้เข้าไปสำรวจความทรงจำของ Gregorovitch เห็นภาพเด็กหนุ่มผมทองเข้ามาขโมยอะไรสักอย่างไป ซึ่ง Gregorovitch ก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร แล้ว Gregorovitch ก็ถูกโวลดี้ฆ่าตาย

แฮร์รี่เล่าเรื่องความฝันให้เฮอร์ไมโอนี่กับรอนฟัง เฮอร์ไมโอนี่ยังคงไม่เห็นด้วยเรื่องที่แฮร์รี่ปล่อยให้โวลดี้เข้ามาแทรกความคิดอีก และบอกให้เขาไปพักผ่อน แฮร์รี่เลยปรึกษากับรอนแทน ว่าเขาคุ้นหน้าเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นมาก ๆ

Note : - นิดนึงสำหรับคนชอบคู่รอนเฮอร์ไมโอนี่ค่ะ ... ระหว่างที่รอนกำลังเศร้าเพราะเป็นห่วงชะตากรรมของสามีภรรยา Cattermole และลูก ๆ เฮอร์ไมโอนี่มองรอนด้วยสายตาที่อ่อนโยนมาก ๆ
- พวกเขาไม่มีอะไรกิน เฮอร์ไมโอนี่เก็บเห็ดแถวนั้นมาปรุงอาหาร เอามาให้กิน รอนกินไปสองคำก็ไม่กินอีก แฮร์รี่กินเป็นมารยาทไม่ให้เพื่อนสาวเสียใจ
- แฮร์รี่เป็นคนเก็บรักษาล็อกเก็ตโดยใส่ไว้เองค่ะ
- รอนเกิดอาการ Panic และขอให้เพื่อน ๆ เรียกโวลดี้เป็น Who Know Who แทน

Image

บทที่ 15 - The Goblin's Revenge

พวกเขาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เปลี่ยนที่พักไปเรื่อย ๆ และหาอาหารทำกินเอง ซึ่งอัตคัดมาก ๆ แฮร์รี่ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ที่เขาเชี่ยวชาญที่สุดได้ เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะล๊อกเก็ตที่เขาใส่อยู่ เมื่อแฮร์รี่ถอดออก เขาก็รู้สึกโล่งขึ้น พวกเขาเลยสลับกันสวมล็อกเก็ต พวกเขาปรึกษากันว่า Horcruxes ที่เหลือจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง ซึ่งก็นึกกันไม่ออก และสภาพจิตใจของพวกเขาก็ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะเวลาที่ใส่ล็อกเก็ตและรอนก็เริ่มหงุดหงิด และเป็นห่วงคนที่บ้านมาก ๆ จนพาลทะเลาะในเรื่องอาหารการกินที่เฮอร์ไมโอนี่จะไม่ค่อยถนัด

ระหว่างที่เถียงกัน พวกเขาได้ยินเสียง จึงใช้ Extendable Ears (หูที่ฟังเสียงไกล ๆ ได้ของเฟร็ดจอร์จน่ะค่ะ) แอบฟัง พบว่าเป็นพวกก๊อบลินและชายสามคนที่กำลังหลบหนีกระทรวงอยู่นั่งพักกินอาหารกันแถว ๆ นั้น สามคนคือเท็ด (พ่อของท๊องก์) ดีน โธมัส และเดิร์ก ทั้งสามเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ล และไม่ยอมไปลงทะเบียน .. พวกก๊อบลินบอกว่าพวกเขาไม่ยุ่งหรือเข้าข้างใดเพราะเป็นเรื่องสงครามของพ่อมด แล้วตอนนี้ Gringott ก็ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของก๊อบลินแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว พวกมันไม่ชอบผู้ใต้คำสั่งพ่อมด ก็เลยถือโอกาสแก้แค้นพวกพ่อมด

ก๊อบลินเล่าข่าวเรื่องจินนี่และเพื่อน ๆ พยายามขโมยดาบกริฟฟินดอร์จากห้องทำงานของสเนป (ห้องอาจารย์ใหญ่นั่นล่ะค่ะ) สเนปเลยเห็นว่าที่โรงเรียนไม่ปลอดภัย เลยเอาฝากไว้ที่ Gringott .. ดาบนั้นพวกก๊อบลินเป็นคนสร้างขึ้น ก๊อบลินรู้ได้ทันทีว่าดาบเป็นของปลอม แต่พวกมันก็ไม่ได้พูดอะไร แก้แค้นพวกพ่อมดให้คิดว่าพวกเขามีดาบของจริงอยู่

หลังจากนั้น เฮอร์ไมโอนี่ก็เอารูปของ Phineas Nigellus Black ออกมาจากกระเป๋า (มหัศจรรย์) และสอบถามเขาเรื่องจินนี่กับดาบ .. จินนี่ เนวิลล์และลูน่าถูกทำโทษให้ไปทำงานให้แฮกริดในป่าต้องห้าม ส่วนเรื่องดาบ ซึ่งเขาบอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นดาบถูกเอาออกไป (ไม่นับที่จินนี่ขโมย) คือเมื่อดัมเบิลดอร์หยิบดาบไปทำลายแหวน ... นั่นทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ตกใจและตื่นเต้นมากที่ทราบว่าดาบสามารถทำลาย Horcruxes ได้ และพวกเขาพยายามนึกว่าดาบเล่มจริงตอนนี้อยู่ที่ไหน

แต่ในตอนนั้น รอน ที่ใส่ล็อกเก็ตและจิตใจห่อเหี่ยวมาก กลับไม่สนใจความตื่นเต้นของพวกเขา และพูดจากระแนะกระแหน๋ ทำให้แฮร์รี่เหลืออด เพราะเขาเองก็เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ซุบซิบกันบ่อย ๆ สองคนและเงียบเสียงทันทีที่เขาเข้าไปหาเหมือนกัน พวกเขาทะเลาะกันจนเฮอร์ไมโอนี่เสกโล่ห์ขึ้นกันพวกเขาออกจากกัน รอนถอดล็อกเก็ตออก และถามเฮอร์ไมโอนี่ ว่าจะอยู่หรือเปล่า เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างตะกุกตะกักว่าเธอจะอยู่ พวกเขาต้องอยู่ช่วยแฮร์รี่ รอนกลับบอกว่า เธอเลือกแฮร์รี่ แล้วก็เดินออกจากเต็นท์และหายตัวไปท่ามกลางพายุ

Note : - Phineas Nigellus Black เคยเป็นอาจารย์ใหญ่และเป็นคนตระกูลแบล็ค มีรูปของเขาสองที่ ทั้งที่ฮอกวอตส์และบ้านของซีเรียส .. เฮอร์ไมโอนี่เก็บรูปที่บ้านของซีเรียสใส่กระเป๋าไว้ตั้งแต่บทที่ 11 เพราะกลัวว่าถ้า Phineas กลับมายังรูปที่บ้านซีเรียส แล้วเห็นพวกเขา Phineas จะเอาไปบอกสเนปค่ะ
- รูปภาพในฮอกวอกส์สามารถติดต่อกันได้ แต่เดินทางออกจากปราสาทไม่ได้เว้นแต่จะมีรูปของตัวเองที่อื่น และไม่สามารถพาคนอื่นไปที่รูปของตัวเองข้างนอกไม่ได้

Image

บทที่ 16 - Godric's Hollow

รอนจากไปแล้ว แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเดินทางต่อไปด้วยกัน แฮร์รี่พยายามไม่พูดถึงรอนเพื่อไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่คิดมาก แต่เขารู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเศร้าซึมอยู่ แฮร์รี่ครุ่นคิดว่าดาบจะไปอยู่ที่ไหน และคิดถึงดัมเบิลดอร์ นึกโกรธที่เขาไม่เคยถามอะไรดัมเบิลดอร์เลย ความคิดย้อนกลับไปที่ Godric's Hollow และเขาปรึกษาเฮอร์ไมโอนี่ว่าเขาอยากกลับไปที่นั่น ใจจริงคือเขาอยากกลับไปยังหลุมศพของพ่อแม่ คราวนี้เฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วย และยกเรื่องดาบมาพูดว่า ก๊อกดริก กริฟฟินดอร์เองก็เกิดที่นี่ และยกหนังสือ History of Magic เขียนโดย Bathilda Bagshot ขึ้นมายืนยัน และบอกว่าพ่อแม่หลายคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แฮร์รี่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันกับ Godric's Hollow ทั้งดาบกริฟฟินดอร์ ครอบครัวของเขา Bathilda Bagshot ที่อาศัยอยู่ที่นั้น และครอบครัวของดัมเบิลดอร์

พวกเขาฝึกหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน และปลอมตัวเป็นมักเกิ้ลไปยัง Godric's Hollow เวลานั้นเป็นช่วงคริสตมาสพอดี ซึ่งทำให้แฮร์รี่คิดถึงตัวเอง ว่าถ้าไม่มีโวลดี้ เขาคงมีชีวิตที่เป็นสุข ... ที่ Godric's Hollow มีอนุสรณ์สถานสงครามอยู่ พอแฮร์รี่เดินผ่าน มันก็เปลี่ยนเป็นรูปปั้นคนสามคน คือพ่อแม่ และตัวเขา ... พวกเขาเดินเข้าไปในส่วนที่ฝังศพ และพบป้ายหลุมศพของคนที่นามสกุลคุ้นเคยมาก ๆ เช่น Abbott .. หลุมศพของแม่และน้องสาวดัมเบิลดอร์มีคำจารึกว่า "Where your treasure is, there will be your heart also." และหลุมศพของเจมส์กับลิลลี่ จารึกไว้ว่า "The last enemy that shall be destroyed to death." ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคำจารึกพวกนี้หมายถึงอะไร และเขานึกโกรธที่ไม่ได้ติดดอกไม้หรือเอาอะไรมาเคารพหลุมศพพ่อแม่ตัวเองเลย เฮอร์ไมโอนี่เสกพวงหรีดคริสตมาสดอกกุหลาบออกมาให้แฮร์รี่ วางบนหลุมศพ .. ทั้งสองเดินออกจากตรงนั้นเงียบ ๆ แฮร์รี่โอบไหล่เฮอร์ไมโอนี่ และเธอก็โอบเอวเขา และเดินจากไป

Note : - ช่วงที่กำลังคิด ๆ กันอยู่ เฮอร์ไมโอนี่อ่านหนังสือนิทานที่ดัมเบิลดอร์ให้ไว้ และพบสัญลักษณ์ของ Grindelvald ในหนังสือ
- Grindelvald คือพ่อมดชั่วร้ายที่เคยประลองกับดัมเบิลดอร์ คนเดียวกับที่ครัมสังเกตเห็นพ่อของลูน่าห้อยสัญลักษณ์นี้


_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 3:40 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
บทที่ 17 - Bathilda's Secret

แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เดินออกจากที่ฝังศพใต้ผ้าคลุมล่องหน พยายามคิดหาบ้านของ Bathilda แต่แฮร์รี่กลับพบซากบ้านเก่าของพ่อแม่เขา เมื่อเขายื่นมือแตะประตูรั้ว คำจารึกก็ผุดขึ้นมาที่ไม้บอกว่านี่คือจุดที่เจมส์และลิลลี่เสียชีวิต และแฮร์รี่ที่เป็นลูกชาย กลายเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่รอดจากคำสาปสังหาร บ้านนี้กลายเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อครอบครัวพอตเตอร์และย้ำเตือนถึงความโหดร้ายที่ทำลายครอบครัวนี้ แฮร์รี่สังเกตเห็นว่าที่ไม้มีร่อยรอยลายเซ็นของคนที่มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้ด้วย

จากนั้นก็มีหญิงชรา เดินมาหยุดมองที่ซากบ้านแห่งนี้ ซึ่งเธอต้องไม่ใช่มักเกิ้ลแน่นอนเพราะมักเกิ้ลไม่สามารถมองเห็นซากบ้านได้ แฮร์รี่จึงถามเธอว่าใช่ Bathilda หรือเปล่า เธอพยักหน้า ไม่พูดอะไร และพาไปที่บ้านที่มีกลิ่นแปลก ๆ และเธอก็ทำตัวแปลก ๆ ด้วย ที่ห้องนั่งเล่น แฮร์รี่เห็นรูปภาพเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นที่เข้ามาขโมยของ ๆ Gregorovitch แล้วเขาก็นึกได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวกับในหนังสือของริต้า สคีเตอร์ แฮร์รี่พยายามถาม Bathilda แต่เธอดูเหมือนเหม่อลอย และไม่ตอบอะไรเลย จนเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกหวั่นใจ แล้ว Bathilda ก็เรียกแฮร์รี่ขึ้นไปชั้นสองกับเธอเพียงลำพัง

พอขึ้นไปชั้นสอง อยู่กันเพียงลำพัง เธอถามแฮร์รี่ว่าใช่แฮร์รี่จริง ๆ หรือเปล่า ซึ่งแฮร์รี่ยืนยันว่าตนเองคือแฮร์รี่ และถามเธอว่าเธอต้องการจะบอกอะไร หรือมีอะไรอยากจะให้เขาหรือเปล่า แต่เธอดูเหม่อลอยอีก แล้วแผลเป็นของแฮร์รี่ก็เจ็บขึ้นมาอีก ล็อกเก็ตก็เหมือนจะบิดเกลียวราวกับมีชีวิต เขาเหมือนรู้สึกถึงความยินดีและได้ยินน้ำเสียงเย็นชาบอกว่าให้จับเขาไว้

Bathilda ชี้ไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง แฮร์รี่เหมือนจะเห็นด้ามดาบ ทันใดนั้น เขาก็เหลือบเห็น Bathilda ล้มลงไป มีงูโผล่ออกมาจากลำคอเธอ แฮร์รี่ถูกงูกัดจนไม้กายสิทธิ์หลุดจากมือ เขาคิดว่าเขาคงต้องตาย และรู้สึกถึงโวลเดอมอร์กำลังจะบินมา แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็ขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ แฮร์รี่คว้าไม้กายสิทธิ์ของตน จับเฮอร์ไมโอนี่ งูพุ่งโจมตีอีกครั้งขณะที่พวกเขากำลังจะหนี เฮอร์ไมโอนี่ใช้คาถา ซึ่งมันระเบิดรอบห้องและสะท้อนกระจกกลับมาหาพวกเขา แฮร์รี่รู้สึกเจ็บมาก เขาคว้าเฮอร์ไมโอนี่ พุ่งออกไปนอกหน้าต่าง แล้วเขาก็รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นโวลเดอมอร์ที่โกรธจัด มองผ่านหน้าต่างเห็นมักเกิ้ลสองคนหายตัวไป

แฮร์รี่รู้สึกว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้ว เขาเห็นความทรงจำของโวลเดอมอร์ เดินมาที่ถนนไปยังบ้านของพอตเตอร์เมื่อคาถาฟิเดลิดัสสลายไปแล้ว เขาเข้ามาที่บ้าน เจมส์แทบไม่ทันหยิบไม้กายสิทธิ์และบอกให้ลิลลี่พาแฮร์รี่หนีไป เขาฆ่าเจมส์ ขึ้นไปหาลิลลี่บอกให้เธอหลีกไป แต่เขาคิดว่ามันคงรอบคอบกว่าที่จะฆ่าพวกเขาทั้งหมด เขาฆ่าลิลลี่ และจะหันมาฆ่าแฮร์รี่ แต่แล้ว เขาก็เจ็บปวดและตกใจมาก และรู้สึกว่าเขาต้องหลบซ่อนตัวในที่ห่างไกลที่สุด

เมื่อแฮ์รี่รู้สึกตัวอีกที เขาก็อยู่ในเต็นท์แล้ว เฮอร์ไมโอนี่ทำแผลให้เขา และใช้คาถาปลดล็อคเก็ตออกเพราะเธอดึงเองไม่ออก เขาบอกเฮอร์ไมโอนี่ว่า Bathilda คืองู Bathilda ตัวจริงคงตายมาสักพักแล้ว และที่เธออยากอยู่กับแฮร์รี่ตามลำพังเพราะเธอคืองูปลอมตัวมา จึงพูดได้แต่ภาษาพาร์เซล และแฮร์รี่คนเดียวเข้าใจภาษานี้ แฮร์รี่ถามถึงไม้กายสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ดูเศร้า และคืนไม้กายสิทธิ์ที่เสียหายมากให้ เธอพยายามซ่อม แต่ไม่สำเร็จ เธอกล่าวมามันคงโดนคาถาของเธอที่ระเบิดไปทั่วตอนที่พยายามหนี แต่แฮร์รี่บอกว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ และขอยืมไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนี่ขณะเฝ้ายามให้

Image

บทที่ 18 - The Life and Lies of Albus Dumbledore

แฮร์รี่พุ่งความโกรธไปลงที่ดัมเบิลดอร์อีกครั้ง เขารู้สึกอ่อนแอมากเมื่อสูญเสียไม้กายสิทธิ์ไป เฮอร์ไมโอนี่เรียกแฮร์รี่มาอ่านหนังสือของริต้าที่เธอหยิบติดมือมาจากบ้านของ Bathilda พวกเขาเดาว่าริต้าคงได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ และหนังสือคงส่งมาหลังเธอตายแล้ว มันจึงยังไม่เคยถูกเปิดอ่าน เขาเห็นภาพดัมเบิลดอร์ตอนหนุ่มกับ Grindelwald ที่ถ่ายหลังจากแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย ริต้าเขียนไว้ว่า Grindelwald เป็นเพื่อนของดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่จึงเริ่มอ่านที่ริต้าเขียนบรรยายเอาไว้ในหนังสือ

ดัมเบิลดอร์เรียนจบพร้อมกับรางวัลมากมาย และเตรียมตัวออกเดินทางไปกับ Elphias Doge เมื่อได้รับข่าวว่าแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย เขาก็ยกเลิกการเดินทางและกลับไปดูแลน้อง ๆ แต่ริต้ายกข้อคิดของเธอว่า ดัมเบิลดอร์ห่วงน้อง ๆ จริงหรือเปล่า จนเมื่อ Grindelwald มากลับมาอยู่กับ Bathilda ที่เป็นญาติ

หากไม่ใช่โวลเดอมอร์ในรุ่นต่อมาที่สร้างความกลัวมากมายให้สังคมพ่อมด Grindelwald คงเป็นที่หนึ่งในเรื่องศาสตร์มืด แต่เขาก็ไม่ได้ขยายอำนาจมาที่เกาะบริเทน Grindelwald เรียนที่เดิร์มสแตรง เก่งเทียบเท่าดัมเบิลดอร์ และว่าหมกมุ่นกับศาสตร์มืดและการทดลองชั่วร้ายจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน เขาเลยออกเดินทาง และไปที่นั้น ท้ายที่สุด ก็สนิทสนมกับดัมเบิลดอร์ และส่งจดหมายหากันบ่อย ๆ จดหมายฉบับหนึ่งที่ลงไว้ ริต้าตีความในเชิงว่าดัมเบิลดอร์เห็นด้วยเรื่องการที่พ่อมดอยู่เหนือกว่ามักเกิ้ล ... Grindelwald อยู่ด้วยในวันที่น้องสาวของดัมเบิลดอร์ตาย และเขาก็รีบกลับมาบอก Bathilda ว่าต้องการจะกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นทันที และเขาก็ไม่ได้พบกับดัมเบิลดอร์อีกเลยจนกระทั่งวันประลอง

ความสัมพันธ์ของพี่น้องที่เหลือกันแค่สองคนไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะ Aberforth โทษดัมเบิลดอร์ ถึงกับทำร้ายดัมเบิลดอร์ในงานศพ ริต้ายกข้อสงสัยว่าทำไม Aberforth โทษดัมเบิลดอร์ Grindelwald เกี่ยวอะไรกับการตายของน้องสาวดัมเบิลดอร์ และดัมเบิลดอร์เลี่ยงไม่พบ Grindelwald จนกระทั่งโลกของพ่อมดต้องขอร้องให้เขาหยุด Grindelwald ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงเลี่ยง เป็นเพราะความกลัวว่าพวกเขาเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนจะถูกเปิดเผยหรือเปล่า แล้วน้องสาวของดัมเบิลดอร์ตายได้อย่างไง

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกับตอนที่รอนจากไป ทุกสิ่งที่เขาเคยเชื่อ ไม่มีอะไรเหลืออีก แล้วเขาต้องเสียอะไรไปอีกมากมาย เฮอร์ไมโอนี่บอกว่านี่คืองานเขียนของริต้า แต่แฮร์รี่ก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ เขาพยายามเถียงว่าดัมเบิลดอร์ควรจะดูแลน้อง ๆ ไม่ใช่หมกมุ่นกับการแสวงหาอำนาจเพื่อเหนือกว่ามักเกิ้ล เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าดัมเบิลดอร์เปลี่ยนไปแล้ว เขาทุ่มเทต่อสู้กับศาสตร์มืด ปกป้องและสนับสนุนมักเกิ้ล ต่อสู้กับโวลเดอมอร์มาตั้งแต่ต้น และเสียชีวิตจากการพยายามล้มโวลเดอมอร์ ... เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าแฮร์รี่คงโกรธดัมเบิลดอร์ที่ว่าเขาไม่เคยบอกอะไรแฮร์รี่เลย ซึ่งแฮร์รี่ก็ยอมรับว่าเขาอาจจะโกรธ ที่เขาเสี่ยงชีวิตหลายต่อหลายครั้ง โดยที่ไม่รู้อะไรเลย แต่เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า เธอรู้ว่าดัมเบิลดอร์รักแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าดัมเบิลดอร์รักใครกันแน่ แต่คงไม่ใช่เขา เพราะคงไม่ใช่ความรักแน่ที่ดัมเบิลดอร์ทิ้งความวุ่นวายทั้งหมดนี้ให้แฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์ยังแบ่งปันวิสัยทัศน์กับ Grindelwald มากกว่าที่เขาแบ่งกับแฮร์รี่เสียอีก

Image

บทที่ 19 - The Silver Doe

พักพลังพวกเขาเหมือนได้ยินเสียงแปลก ๆ ด้านนอก พวกเขาเลยย้ายที่พักโดยการหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน ครั้งนี้ พวกเขาไปที่ Forest of Dean ที่เฮอร์ไมโอนี่เคยมาตั้งแคมป์กับพ่อแม่ ... ระหว่างที่แฮร์รี่เฝ้ายาม รอบด้านคลุมด้วยหิมะ และเงียบสงบ แฮร์รี่ครุ่นคิดเรื่องดัมเบิลดอร์ เรื่องที่เกิดขึ้นที่ Godric's Hollow และท้ายที่สุด เขาเป็นห่วงและคิดถึงจินนี่มาก ๆ ทันใดนั้น เขาก็เห็นแสงสีเงิน ที่ประหลาดมาก เขาเลยเดินออกไปนอกเขตที่พัก แสงสีเงินนั่นคือผู้พิทักษ์ที่เป็นร่างกวางสาวสีเงินที่งดงามมาก ๆ มันวิ่งหนี แฮร์รี่ตามมันไปจนถึงสระน้ำแข็ง แฮร์รี่รู้สึกเหมือนมีคนวิ่งตามมา แล้วเขาก็เห็นดาบของกริฟฟินดอร์อยู่ใต้สระนั่น

แฮร์รี่มองรอบ ๆ คิดว่าถ้าเป็นผู้เสพความตายตามมา เขาคงถูกทำร้ายแล้ว เขาคิดถึงดัมเบิลดอร์ แปลกใจว่าทำไมดาบมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเขาก็ทำลายน้ำแข็ง ถอดเสื้อผ้า วางของต่าง ๆ ไว้ แล้วกระโดดลงไปเอาดาบในสระ ... น้ำในนั้นเย็นเฉียบ และสร้างความลำบากให้แฮร์รี่มาก เมื่อเขาเข้าใกล้ดาบ สร้อยคอล็อกเก็ตที่ใส่อยู่ก็รัดคอแฮร์รี่จนหายใจไม่ออก เขาคิดว่าเขาต้องตายแล้วแน่ ๆ แต่ทันใดนั้น ก็มีคนมาช่วย เหมือนกับครั้งที่เฮอร์ไมโอนี่มาช่วยเขาจากงู

ขึ้นมาจากน้ำ แฮร์รี่เห็นรอนเปียกโชกไปทั้งตัว มือหนึ่งถือดาบกริฟฟินดอร์ อีกมือถือ Horcrux ที่สร้อยขาดแล้ว แฮร์รี่ทั้งตกใจ ดีใจและแปลกใจที่เห็นรอนที่นี่ รอนบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเสกกวางสีเงินนั้นเพราะคิดว่าเป็นผู้พิทักษ์ของแฮร์รี่ ซึ่งแฮร์รี่ก็แย้งว่าผู้พิทักษ์ของตัวเองคือกวางตัวผู้ (Stag) แต่ก่อนที่พูดถึงความสงสัยอื่น แฮร์รี่เรียกรอนมา และขอให้เขาเป็นคนทำลาย Horcrux ด้วยดาบ เพราะรอนเป็นคนเอาดาบขึ้นมา และแฮร์รี่คิดว่ามันควรจะเป็นรอน แม้รอนจะดึงดันว่าเขาไม่เหมาะ แต่สุดท้าย รอนก็ยอม .. แฮร์รี่เปิดล๊อกเก็ตด้วยภาษาพาร์เซล ร่างของทอม ริดเดิ้ลก็ปรากฏขึ้น พูดจาถากถางว่ารอนเป็นแค่คนที่อยู่ข้าง ๆ แฮร์รี่เท่านั้น ไม่มีใครสนใจรอน แล้วก็ปลอมเป็นแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่และดูถูก เยาะเย้ยรอนแถมยังจูบกันต่อหน้ารอนด้วย ทำให้รอนเจ็บปวดมาก รอนเงื้อดาบอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ฟันร่างนั้นเสียที จนทอมสร้างภาพต่าง ๆ นานา ๆ ที่ทำร้ายจิตใจรอนมากขึ้น แต่สุดท้าย รอนก็ฟันร่างทอม ริดเดิ้ลได้

พวกเขากลับมาหาเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งทั้งดีใจ ทั้งโกรธที่รอนไม่ยอมกลับมาเสียที จึงโผเข้าไปทุบ ๆ รอนจนเจ็บตัวไปหมด แล้วรอนก็บอกว่าเขาตามเพื่อน ๆ เจอเพราะ Deluminator ที่ดัมเบิลดอร์ให้มา เขาเล่าว่าที่กลับมาเลยไม่ได้เพราะตอนนั้นที่โกรธและหายตัวไป รอนไปเจอกับพวก Snatchers เป็นกลุ่มที่ไล่ตามจับพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลและพวกทรยศแล้วไปเอารางวัลจากกระทรวง รอนบอกพวกนั้นว่าเขาคือ Stan ภายหลังก็หนีออกมาได้ แล้วเขาก็มีไม้กายสิทธิ์สำรองด้วย

Note : - เฮอร์ไมโอนี่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวมากค่ะ ...
- แฮร์รี่บอกรอนว่า เขาคิดกับเฮอร์ไมโอนี่เหมือนพี่น้องและแน่ใจว่าเฮอร์ไมโอนี่ก็คิดเหมือนกัน
- เผื่อมีใครยังไม่รู้ ... แฮร์รี่มีค่าหัวหนึ่งหมื่นเกลเลียนค่ะ
- จบบทนี้ พวกเขายังไม่รู้ว่าใครเสกผู้พิทักษ์มานำทางค่ะ

Image

บทที่ 20 - Xenophilius Lovegood

แม้เฮอร์ไมโอนี่ยังดูงอน ๆ อยู่บ้าง แต่แฮร์รี่ก็รู้สึกดีมากกว่าเดิมเยอะที่พวกเขาทั้งสามกลับมาอยู่ด้วยกันอีก พวกเขาปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อ รอนที่ได้อยู่ข้างนอกมาสักพักเอาข่าวมาอัพเดทเพื่อน ๆ เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านโพรงกระต่าย แต่ไปอยู่ที่บ้านของบิลกับเฟลอร์แทน แล้วรอนก็บอกว่า ที่พวกกระทรวงและผู้เสพความตายตามพวกเขาเจอได้ก็เพราะพวกเขาเอ่ยชื่อ โวลเดอมอร์ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องหยุดเรียกชื่อนั้นและตอนนี้บิลเองก็กำลังหลบหนีอยู่เหมือนกัน .. พวกเขาคุยกันเรื่องผู้พิทักษ์กวางสาว ซึ่งก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสก

แฮร์รี่พยายามฝึกใช้ไม้กายสิทธิ์อันใหม่ แต่ก็พบว่ามันมีพลังน้อยกว่าไม้ของตัวเอง ... เฮอร์ไมโอนี่เดินมาหาแฮร์รี่ และบอกว่าเธอต้องการไปพบ Xenophilius Lovegood พ่อของลูน่า และชี้ให้แฮร์รี่ดูในหนังสือประวัติดัมเบิลดอร์ที่ริต้า สคีเตอร์เขียนขึ้น มันมีลายเซ็นต์ของดัมเบิลดอร์ในจดหมายที่เขียนถึง Grindelwald ซึ่งตัว A ในลายเซ็นต์นั้นถูกแทนตัวสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่เหมือนกับสัญลักษณ์ที่พวกเขาเจอในหนังสือนิทานที่ดัมเบิลดอร์ให้เธอ เฮอร์ไมโอนี่สงสัยเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้ซึ่งโผล่มาหลายครั้งแล้ว ทั้งในหนังสือ หลุมศพหนึ่งใน Godric's Hollow และเหมือนพ่อของลูน่าจะมีข้อมูลเรื่องสัญลักษณ์นี้

พวกเขาเดินทางไปที่บ้านลูน่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านโพรงกระต่าย ... Xenophilius ต้อนรับพวกเขาอย่างไม่เต็มใจ แฮร์รี่ขอให้เขาช่วย ซึ่งเขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี เลยออกไปตามลูน่า ในบ้านนั้นมีแต่ของเวทมนต์ที่แปลกและอันตรายมาก ๆ เมื่อ Xenophilius กลับมา บอกว่าเดี๋ยวลูน่าจะตามมา แฮร์รี่ก็ถามเขาเรื่องสัญลักษณ์ที่ Xenophilius ห้อยอยู่ แต่ Xenophilius เลิกคิ้ว และถามกลับว่า แฮร์รี่กำลังหมายถึงสัญลักษณ์ของ Deathly Hallows อยู่เหรอ

Image

บทที่ 21 - The Tale of the Three Brothers

เมื่อ Xenophilius พูดถึง Deathly Hallows พวกของแฮร์รี่ก็งุนงงและไม่เข้าใจ จน Xenophilius พูดถึงนิทานเรื่อง The Tale of the Three Brothers ซึ่งรอนกับเฮอร์ไมโอนี่รู้จัก แต่แฮร์รี่ไม่รู้จัก มันเป็นนิทานของพวกพ่อมด และเฮอร์ไมโอนี่ก็หยิบหนังสือที่ดัมเบิลดอร์ให้ออกมา มันคือเล่มต้นฉบับนิทานของ Beedle the Bard และเล่าให้คนในที่นั้นฟัง

..... ครั้งหนึ่งมีพี่น้องสามคน เดินทางท่องเที่ยวผ่านแม่น้ำสายหนึ่งที่เชี่ยวมาก พวกเขาจึงโบกไม้กายสิทธิ์ สร้างสะพานขึ้นเพื่อเดินข้าม เดธที่เฝ้าอยู่โกรธมากเพราะสามพี่น้องไม่หลงกล นักเดินทางส่วนใหญ่มักจะจมน้ำตายตรงนั้น แต่เดธก็เจ้าเล่ห์พอ จึงบอกว่าเขายินดีจะมอบของขวัญให้สามพี่น้อง

.... คนโต ที่ชอบการใช้กำลัง ขอไม้กายสิทธิ์ ที่จะชนะในทุก ๆ การดวลต่อสู้ ไม้กายสิทธิ์ที่คู่ควรกับพ่อมดที่เอาชนะความตาย เดธไปยัง Elder Tree และสร้างไม้กายสิทธิ์จากกิ่งไม้ และมอบให้คนโต

.... คนรอง ที่มีนิสัยหยิ่งผยอง ขอพลังที่จะเรียกคนตายให้ฟื้นคืน เดธจึงหยิบศิลาตรงริมน้ำ มอบให้กับคนรอง

.... คนเล็ก ที่ฉลาดเฉลียวที่สุด ขอสิ่งที่จะทำให้เขาไปไหนมาไหนได้โดยที่เดธติดตามเขาไปไม่ได้ ซึ่งเดธ โดยไม่เต็มใจนัก มอบเสื้อคลุมล่องหนให้

.... สามพี่น้องเดินทางต่อ ชื่นชมของขวัญที่ได้รับ และแยกย้ายจากกันไปตามจุดหมายของแต่ละคน

_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 3:43 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
.... คนโตเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เอาชนะพ่อมดคนอื่นด้วย Elder Wand และโอ้อวดว่าถึงไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดที่เขาได้มาจากเดธ คืนนั้น พ่อมดคนหนึ่งขโมย Elder Wand ไปขณะที่คนโตกำลังหลับและฆ่าเขาเสีย ... เดธได้ครอบครองคนโตแล้ว

.... คนรองกลับไปที่บ้านและลองใช้ศิลาเรียกคนตาย ซึ่งกลายเป็นหญิงสาวที่เขารักและจะแต่งงานด้วย แต่กลับเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร นางเศร้า หนาว และเจ็บปวดที่ต้องจากเขาไป แต่นางก็อยู่ในโลกนี้ไม่ได้ และก็ทรมาน คนรองเสียสติด้วยความโหยหา และฆ่าตัวตายตามนางไปเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน ... เดธได้ครอบครองคนรองแล้ว

.... เดธตามหาคนเล็กอยู่นานหลายปี แต่ก็ไม่พบ นานวันเข้า คนเล็กแก่ชราลง จึงออกจากผ้าคลุมล่องหน มอบต่อให้ลูกชายของเขา คนเล็กทักทายเดธราวกับเพื่อนเก่า และจากไปกับเดธด้วยความยินดี และเท่าเทียมกัน

Xenophilius บอกว่า ทั้งสามนี่คือ Deathly Hallows .. Elder Wand, Resurrection Stone และเสื้อคลุมล่องหน ซึ่งผู้ครองสิ่งสามอย่างนี้จะ *master of Death*

Note : - master of death บีจังไม่กล้าแปลไทยค่ะ คือกลัวว่าเจเคจะเล่นคำอีก Master มีความหมายหลายอย่าง เช่น นาย, เชี่ยวชาญ, มีอำนาจเหนือ, ควบคุม หรือตามความหมายที่ Xenophilius บอกคือ ผู้พิชิต ผู้ชนะ

Xenophilius เชื่อว่าทั้งสามสิ่งมีอยู่จริง แต่เขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แม้ว่าหนึ่งในของสามอย่าง คือผ้าคลุมล่องหน นั้นอยู่กับพวกแฮร์รี่ในห้องเดียวกันนี้เอง พวกเขาคุยเรื่อง Elder Wand ซึ่ง Xenophilius บอกว่าเป็นสิ่งที่ยังพอติดตามได้บ้าง เพราะไม้กายสิทธิ์ต้องผ่านจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งหากเขาเป็นผู้ครองไม้นั่นจริง แต่ตอนนี้ Xenophilius เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไม้นั่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ถาม Xenophilius เกี่ยวกับครอบครัว Peverells ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งบนหลุมศพที่ Godric's Hollow ... Xenophilius บอกว่า สามพี่น้อง Peverells คือคนที่ได้ครอบครอง Hallows ทั้งสาม ซึ่งก็คือสามพี่น้อง Antioch, Cadmus และ Ignotus และน่าจะเป็นคนเดียวกับสามพี่น้องในนิทานที่ได้ครอบครอง Hallows จริง ๆ

Xenophilius ที่มองนอกหน้าต่างตลอดเวลา ขอตัวลงไปเตรียมอาหารให้ แฮร์รี่ปรึกษาเรื่องที่เพิ่งรู้นี้กับเพื่อน ๆ ซึ่งรอนดูไม่ค่อยเชื่อ เพราะเขาได้ยินนิทานเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ผิดกับเฮอร์ไมโอนี่และแฮร์รี่ที่อยู่กับมักเกิ้ล เลยมีความเชื่อที่ต่างกันเรื่องการมองว่าของขวัญชิ้นไหนดีที่สุด ซึ่งทั้งสามคนก็เลือกของต่างกัน เฮอร์ไมโอนี่เลือกผ้าคลุม รอนเลือกไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่เลือกศิลา .. แฮร์รี่ให้เหตุผลว่า เขาอาจทำให้พ่อแม่ ซีเรียส หรือดัมเบิลดอร์กลับมาได้ แม้เขาก็รู้ว่าในนิทาน คนที่ตายไปไม่อยากจะกลับมา เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า Beedle the Bard น่าจะได้ไอเดียจากศิลาอาถรรพณ์มาเขียนนิทาน

ระหว่างที่พูดคุยกัน แฮร์รี่เกิดเอะใจ จึงเดินขึ้นข้างบน และเข้าไปในห้องลูน่า และพบว่าเป็นห้องที่ทิ้งร้างมาสักพัก เขาจึงรู้ว่าลูน่าไม่ได้อยู่ที่นี่สักระยะแล้ว จึงไปถาม Xenophilius ซึ่ง Xenophilius ยอมรับว่า เขาบอกทางกระทรวงแล้วแฮร์รี่อยู่ที่นี่ และที่ต้องทำแบบนี้เพราะพวกผู้เสพความตายจับตัวลูน่าเอาไว้ Xenophilius พยายามจะเสกคาถาจับพวกแฮร์รี่แต่พวกเขาหลบได้ และสะท้อนคาถากลับจนระเบิด Xenophilius ตกบันไดวนลงมาข้างล่าง และพวกผู้เสพความตายก็มาถึงที่บ้าน

พวกผู้เสพความตายไม่ได้รีบร้อนนัก เพราะคิดว่า Xenophilius โกหกอีก และบอกให้ Xenophilius ขึ้นไปจับแฮร์รี่ลงมา เฮอร์ไมโอนี่วางแผน ให้รอนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน เสกคาถาใส่ Xenophilius และทำลายพื้นจนเป็นโพรง พวกเขาหล่นลงไปทับผู้เสพความตายที่อยู่ข้างล่าง และหายไปหนีไปหลังจากที่ผู้เสพความตายเห็นหน้าแฮร์รี่แล้ว

Note : - ตอนคุยกัน มีการพูดถึง Deathstick กับ The Wand of Destiny ซึ่งเป็นชื่อไม้กายสิทธิ์ที่ศาสตราจารย์บินส์เคยพูดถึงในวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์
- เฮอร์ไมโอนี่ให้รอนซ่อนในผ้าคลุม เพราะพวกเขาหลอกทางโรงเรียนและกระทรวงว่ารอนนอนป่วยอยู่ที่บ้าน จึงให้พวกผู้เสพความตายเห็นรอนไม่ได้

Image

บทที่ 22 - Deathly Hallows

พวกเขาหายตัวมายังที่ปลอดภัยและปรึกษากันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ไม่เชื่อเรื่อง Hallows และคิดว่ามันไม่มีอยู่จริง นิทานสามพี่น้องเป็นเพียงนิทานเท่านั้น แต่แฮร์รี่กับรอนคิดต่างกันออกไป เฮอร์ไมโอนี่รู้เพียงว่า Peverell เป็นครอบครัวเลือดบริสุทธิ์เก่าแก่ครอบครัวหนึ่งที่ไม่มีผู้สืบสกุลทางฝั่งผู้ชายไปตั้งแต่ช่วงแรก ๆ แล้วเท่านั้น แต่แฮร์รี่นึกได้ว่าครอบครัว Gaunt ของทอม ริดเดิ้ลก็เป็นลูกหลานของ Peverell และ Marvolo Gaunt ก็อาศัยอยู่ที่ Godric’s Hollow และแหวนที่เป็น Horcrux อาจเป็น Resurrection Stone ก็ได้ เฮอร์ไมโอนี่เริ่มโกรธและคิดว่าแฮร์รี่พยายามโยงเรื่องทุกอย่างไปยัง Hallows แฮร์รี่พยายามคิดถึงการใช้ Hallows ต่อกรกับ Horcruxes หากเขาได้ครอง Hallows ทั้งสาม เอาไว้ต่อสู้กับโวลเดอมอร์ หากเขา master of Death เขาจะปลอดภัยหรือเปล่า แฮร์รี่สำรวจผ้าคลุมล่องหน นึกขึ้นได้ว่าดัมเบิลดอร์ขอยืมผ้าคลุมไปก่อนที่พ่อแม่ของเขาถูกฆ่า เพื่อตรวจสอบว่าผ้าคลุมนี้เป็น Hallows จริงหรือเปล่า และเขาแน่ใจว่าแหวนอยู่ในลูกสนิทช์ แล้วแฮร์รี่ก็นึกออกว่า โวลเดอมอร์กำลังตามหา Elder Wand อยู่

เฮอร์ไมโอนี่พยายามเตือนสติแฮร์รี่ว่าอย่าหลงทาง และแน่ใจว่าดัมเบิลดอร์ต้องการให้แฮร์รี่ตามหาและทำลาย Horcruxes มากกว่าค้นหา Hallows ให้ครบ ซึ่งรอนที่ยังสับสนอยู่เห็นด้วยกับเฮอร์ไมโอนี่ และบอกให้แฮร์รี่หยุดคิดเรื่อง Hallows ... แฮร์รี่ยังคงหมกมุ่นกับ Hallows อยู่ เขาคิดหลาย ๆ เรื่อง คำของ Xenophilius ที่ลูน่าเคยบอกว่าว่าเฮอร์ไมโอนี่ฉลาดเฉลียวก็จริง แต่มุมมองคับแคบ ปิดกั้น เขาคิดถึงลูน่าและเป็นห่วงเธอที่ตอนนี้อาจจะถูกขังในอัซคาบัน

พวกเขาพยายามนึกหาสถานที่ ๆ อาจจะมี Horcruxes แล้วรอนก็พูดถึง Potterwatch ที่เป็นคลื่นกระจายเสียงทางวิทยุเกี่ยวกับพวกที่สนับสนุนแฮร์รี่ และลองเปิดให้เพื่อน ๆ ฟัง ขณะนั้นกำลังถ่ายทอดเสียงของคนที่พวกเขาคุ้นเคย แต่ใช้ชื่อปลอมในการออกอากาศ เล่าถึงข่าวสารอัพเดท พ่อของท๊องก์ กับ Dirk Cresswell และก๊อบลิน Gornuk ถูกฆ่าตาย .. ดีน โธมัสกับก๊อบลินอีกตัวหลบหนีไปได้ .. พวกเขาพบส่วนที่เหลือของ Bathilda ในบ้านที่คาดเดากันว่าเธอตายมาแล้วหลายเดือน แฮกริดกำลังหลบหนีอยู่เพราะจัดปาร์ตี้สนับสนุนแฮร์รี่ในบ้านของตัวเอง และข่าวที่ว่าโวลเดอมอร์ถูกพบเห็นที่ต่างประเทศ .. พวกเขาที่เหลืออยู่ยังคงสนับสนุนและเชื่อมั่นในตัวของแฮร์รี่ หลังฟังจบแล้ว แฮร์รี่ยิ่งแน่ใจว่าโวลเดอมอร์ต้องไปตามหา Elder Wand แน่ ๆ จนหลุดปากพูดชื่อของโวลเดอมอร์ออกมา และพวกเขาก็ถูกล้อมจับ

Image

บทที่ 23 - Malfoy Manor

แฮร์รี่และเพื่อน ๆ ถูกพวก Snatchers (พวกล่าเงินรางวัล) จับตัวเอาไว้ พวกนั้นมี Fenrir Greyback (มนุษย์หมาป่าที่ร้ายที่สุด) เป็นหัวหน้ากลุ่ม เข้าค้นที่พักของแฮร์รี่และเอาพวกแฮร์รี่ไปรวมกับคนอื่นที่เขาจับมาได้ นั่นคือดีน โธมัสกับก๊อบลิบ กริพฮุค .. และพวกนั้นสงสัยว่านี่คือแฮร์รี่ เพราะเห็นรูปเฮอร์ไมโอนี่ในหนังสือพิมพ์ เลยคิดจะพาพวกนี้ไปที่บ้านของมัลฟอยเพื่อส่งให้โวลดี้ เอาความดีความชอบโดยตรงกับดาร์คลอร์ด แทนที่เอาไปส่งที่กระทรวง

แฮร์รี่เห็นภาพในหัวและเจ็บแผลเป็นเรื่อย ๆ ภาพที่แฮร์รี่เห็นคือโวลดี้ไปพบพ่อมดคนหนึ่ง ... ที่บ้านมัลฟอย นาร์ซิสซ่ากับลูเซียสให้เดรโก้มาชี้ตัวว่านี่ใช่แฮร์รี่จริง ๆ หรือเปล่า เพราะแฮร์รี่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปมากจากคาถาของเฮอร์ไมโอนี่ ใบหน้าใหญ่ เปล่งปลั่งเป็นสีชมพู ผมยาวสีดำเกือบถึงไหล่และมีรอยดำแถว ๆ ขากรรไกร แฮร์รี่เห็นตัวเองในกระจกยังแทบจำตัวเองไม่ได้ เดรโก้เองก็บอกไม่ได้ว่านี่คือแฮร์รี่หรือเปล่า ซึ่งนาร์ซิสซ่าเองก็ต้องการให้ยืนยันจริง ๆ ว่าใช่แฮร์รี่ก่อนที่จะเรียกโวลดี้มา ไม่งั้นถ้าโวลดี้โกรธ อาจจะถูกฆ่าได้เหมือนกับผู้เสพความตายคนอื่น

เมื่อเบลลาทริกซ์ลงมา และเธอเห็นดาบกริฟฟินดอร์ เธอก็ตกใจมากและคาดคั้น Greyback ว่าได้ดาบจากไหน เพราะว่าสเนปให้ดาบมาฝากไว้ที่ธนาคารในเซฟของเธอ เธอเลยสั่งให้จับทุกคนไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน ยกเว้นเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นเลือดสีโคลน ที่เธอจะทรมานให้บอกข้อมูลเอง

ที่ห้องใต้ดิน แฮร์รี่พบกับลูน่าและโอลิแวนเดอร์ที่สภาพอิดโรย ลูน่าช่วยพวกแฮร์รี่ปลดเชือกอย่างทุลักทุเล โดยมีรอนใช้ Deluminator ส่องไฟให้ ระหว่างนั้น พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมานของเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งทำให้รอนยิ่งจะเป็นจะตาย ลูน่าบอกว่านี่เป็นห้องที่ไม่สามารถหายตัวออกไปได้ แฮร์รี่จึงต้องยิ่งพยายามคิดหาวิธีออกไป แฮร์รี่ก็ค้นหาของที่พกอยู่กับตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง ลูกสนิทช์ ไม้กายสิทธิ์ที่พังแล้ว และเศษกระจกที่เขาเห็นแสงสีฟ้า เขาเห็นนัยน์ตาสีฟ้าของดัมเบิลดอร์จ้องเขาผ่านมาจากกระจก แฮร์รี่ตะโกนอย่างสิ้นหวังให้ช่วยพวกเขาด้วย ดวงตากระพริบแล้วก็หายไป แล้วพวกเขาได้ยินเสียงเบลลาทริกซ์ที่พยายามเค้นความลับจากเฮอร์ไมโอนี่ เรื่องว่าพวกเธอเข้าไปเอาดาบในเซฟได้อย่างไง เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าพวกเธอไม่เคยเข้าไปในนั้น และดาบตรงนี้คือของปลอม แต่เบลลาทริกซ์ไม่เชื่อ จึงให้เดรโก้ไปพากริพฮุคที่เป็นก๊อบลินมายืนยัน แฮร์รี่บอกกริพฮุคว่าอย่าบอกพวกนั้นว่าดาบนี้คือของจริง

หลังจากที่เดรโก้ออกไปแล้ว ก็มีเสียงแคร๊ก แล้วด๊อบบี้ก็โผล่ออกมา บอกว่ามันจะมาช่วยแฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งเวทมนต์เอลฟ์ไม่เหมือนเวทมนต์ของพ่อมด พวกมันหายตัวในห้องนี้ได้ แฮร์รี่สั่งให้ด๊อบบี้พาลูน่า ดีนและโอลิแวนเดอร์ไปที่บ้านของบิลกับเฟลอร์ ... เสียงแคร๊กจากการหายตัวทำให้ลูเซียสสงสัย เรียกหางหนอนให้ลงไปดู แฮร์รี่กับรอนสู้กับหางหนอน รอนจับหางหนอนไว้พอดีกับที่หางหนอนใช้มือสีเงินคว้าคอแฮร์รี่ไว้ แฮร์รี่บอกหางหนอนว่าหางหนอนกำลังจะฆ่าเขา ทั้ง ๆ ที่เขาเคยช่วยชีวิตหางหนอนไว้ และหางหนอนเป็นหนี้แฮร์รี่อยู่ นิ้วสีเงินสั่นและปล่อยแฮร์รี่ ดวงตาของหางหนอนเบิกกว้างด้วยความกลัวและตกใจ จนรอนแย่งไม้กายสิทธิ์เขามาได้ พอช่วยตัวเองไม่ได้อีก หางหนอนก็ตาเหลือกด้วยความกลัว มือสีเงินจับเข้าที่ลำคอตัวเอง แฮร์รี่ตกใจ พยายามจะช่วยแต่ไม่ได้ หางหนอนใช้มือสีเงินที่โวลดี้เสกให้บีบคอตัวเองตาย

ตลอดเวลา แฮร์รี่เจ็บแผลเป็นและเห็นภาพโวลดี้กับพ่อมดแก่ที่ไม่ยอมบอกข้อมูล จนโวลดี้โกรธจัดและฆ่าเขาทิ้ง ... กริพฮุคบอกว่าดาบนี่เป็นของปลอมตามที่แฮร์รี่ขอร้องไว้ เบลลาทริกซ์กำลังจะมอบเฮอร์ไมโอนี่ให้ Greyback ไปจัดการต่อ รอนก็ทนไม่ไหว พุ่งออกมาช่วย เกิดการต่อสู้กันวุ่นวาย ด๊อบบี้กลับมาช่วยปกป้องแฮร์รี่ สุดท้ายแล้วรอนคว้าเฮอร์ไมโอนี่ที่สลบไปแล้วหายตัวไป แฮร์รี่คว้ากริพฮุคที่กอดดาบแน่น แล้วก็ด๊อบบี้ เขาพยายามจะหายตัวไปยังบ้านของบิลและเฟลอร์ที่เขาไม่เคยเห็น เลยไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ มือของด๊อบบี้ขยับและพาพวกเขาหายตัวไปยังบ้านของบิลกับเฟลอร์

เมื่อปลอดภัยแล้ว แฮร์รี่ก็พบว่าที่อกของด๊อบบี้มีมีดสั้นของเบลลาทริกซ์ปักอยู่ คำพูดสุดท้ายของมันคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์

Note : - สาวก แฮร์รี่เดรโก้ จำบทนี้ดี ๆ นะคะ ถ้าเอาไปเขียนฟิคได้ อิอิ

Image

บทที่ 24 - The Wandmaker

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกำลังฝันร้ายคล้ายตอนที่ดัมเบิลดอร์ตาย เขาพยายามเรียกด๊อบบี้แม้จะรู้ว่าด๊อบบี้จากไปแล้ว เขารู้สึกอยากจะฝังศพให้ด๊อบบี้จึงถามบิลว่ามีที่ไหนได้บ้าง แฮร์รี่ขุดหลุมด้วยตัวเองโดยไม่ใช้เวทมนต์ ใช้ความโกรธและแรงของตนเอง และมอบหยาดเหงื่อเป็นของขวัญให้ด๊อบบี้ที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ ทุกคนออกมาเอ่ยคำอำลาด๊อบบี้เป็นครั้งสุดท้าย แฮร์รี่สลักหินสีขาวแทนป้ายหลุมศพว่า Here Lies Dobby, A Free Elf

ในบ้าน พวกเขากำลังปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อ แฮร์รี่บอกว่าเขาต้องการคุยกับกริพฮุคและโอลิเวนเดอร์ก่อนจะย้ายพวกเขาไปที่อื่น ระหว่างที่แฮร์รี่ไปทำความสะอาดตัวเอง เขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่ดัมเบิลดอร์เคยบอกว่าความช่วยเหลือจะหาได้ที่ฮอกวอตส์สำหรับคนที่ต้องการมัน แฮร์รี่สงสัยว่าใครส่งด๊อบบี้มา นัยน์ตาสีฟ้าในกระจกที่มองเขาคือใคร ดัมเบิลดอร์ให้ Deluminator กับรอนเพราะรู้ว่ารอนต้องหาทางกลับมาช่วยเขา และดัมเบิลดอร์ก็รู้ว่าหางหนอนยังรู้สึกเสียใจอยู่แน่ ๆ

แฮร์รี่พารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปหากริพฮุค ซึ่งมันจำแฮร์รี่ได้เพราะมันเป็นก๊อบลินที่พาแฮร์รี่ไปยังเซฟในครั้งแรกที่แฮร์รี่ไปที่กริงกอตส์ มันก็เห็นแฮร์รี่ฝังด๊อบบี้โดยไม่ได้ใช้เวทมนต์ และรู้ดีว่าแฮร์รี่ช่วยชีวิตมัน กริพฮุคบอกว่าแฮร์รี่เป็นพ่อมดที่แปลก แฮร์รี่ขอให้กริพฮุคช่วย เพราะเขาต้องการจะไปปล้นเซฟที่กริงกอตส์ แน่นอนทุกคนตกใจและคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่แฮร์รี่บอกว่าครั้งหนึ่งมีคนทำได้ กริพฮุคระลึกแฮร์รี่ถึงคำเตือนถึงพวกหัวขโมยที่ต้องการสมบัติ แต่แฮร์รี่แย้งว่าเขาไม่เคยต้องการสมบัติเพื่อความมั่งคั่งของตนเอง และขอให้กริพฮุคเชื่อและช่วยเขา กริพฮุคบอกว่าถ้าจะให้เชื่อใครสักคนที่ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง คน ๆ นั้นคงเป็นแฮร์รี่ เพราะทั้งก๊อบลินหรือเอลฟ์ ต่างไม่เคยถูกปกป้องและได้รับความนับถือแบบที่แฮร์รี่ในคืนนี้ที่ฝังศพด๊อบบี้และดีต่อเขา และเมื่อพวกดาร์คลอร์ดทรงอำนาจอีก พวกถือไม้กายสิทธิ์ก็ยังคงอยู่เหนือกว่าพวกมัน กริงกอตส์ตกอยู่ใต้อำนาจพ่อมด เอลฟ์ประจำบ้านถูกสังหาร และไม่มีใครคอยปกป้อง เฮอร์ไมโอนี่แย้งขึ้นมาว่า พวกเธอจะปกป้องเอง เพราะเธอเองก็เป็นเลือดสีโคลนซึ่งไม่ต่างจากพวกมัน ยกเรื่องที่แฮร์รี่ปล่อยด๊อบบี้เป็นอิสระ และเรื่องที่เธอสนับสนุนการยกเลิกการข่มเหงเอลฟ์ประจำบ้าน กริพฮุคสงสัยว่าแฮร์รี่ต้องการอะไรในเซฟนั้นเพราะพวกเขามีดาบจริงอยู่แล้ว แฮร์รี่แน่ใจว่าในเซฟนั้นต้องมี Horcrux อยู่แน่ ๆ เพราะเบลลาทริกซ์แทบคลั่งเมื่อรู้ว่าเซฟถูกเปิด แฮร์รี่ขอให้กริพฮุคช่วย ซึ่งมันบอกว่าขอคิดดูก่อน

_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 8:20 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
แล้วแฮร์รี่ก็ไปพบโอลิเวนเดอร์ที่ยังอิดโรยอยู่ แฮร์รี่รู้ว่าเขาถูกขังมากกว่าหนึ่งปี และถูกทรมานมามากกว่าหนึ่งครั้ง เขาบอกว่าไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ไม่สามารถซ่อมได้ และแฮร์รี่ถามเรื่องการที่ไม้กายสิทธิ์เลือกเจ้าของ แฮร์รี่แย่งไม้กายสิทธิ์ของเดรโก้มา และเขาไม่แน่ใจว่าจะใช้มันอย่างปลอดภัยได้หรือเปล่า โอลิเวนเดอร์บอกว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะไม้จะทำตามความตั้งใจของเจ้านายคนใหม่ แฮร์รี่ถามโอลิเวนเดอร์หลายเรื่องเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์ และรู้ข้อมูลหลายอย่าง การชิงไม้ไม่จำเป็นต้องสังหารเจ้าของคนเดิม เรื่องไม้กายสิทธิ์ในตำนานที่ผ่านมือโดยการฆ่า และโวลดี้ที่เคยใช้ไม้กายสิทธิ์สู้กับแฮร์รี่แล้วกลายเป็นการเชื่อมต่อกันแทน จนเขาต้องการหาไม้อันใหม่ที่ทรงพลังกว่า แฮร์รี่ถามว่าโอลิเวนเดอร์เป็นคนบอกโวลเดอมอร์ว่า Gregorovitch เป็นคนที่มี Elder Wand ซึ่งโอลิเวนเดอร์ก็ยอมรับว่ามันเป็นข่าวลือ แต่ Gregorovitch เองเป็นคนปล่อยข่าวนี้และก็พยายามสร้างไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังเลียนแบบ Elder Wand คำถามสุดท้ายของแฮร์รี่ที่ถามคือ โอลิเวนเดอร์รู้จัด Deathly Hallows ไหม ซึ่งโอลิเวนเดอร์ไม่รู้จัก

แฮร์รี่ประติดประต่อเรื่องเอง Gregorovitch ได้ Elder Wand ตอนหลัง Grindelwald ขโมยไปและมีอำนาจมากขึ้น จนดัมเบิลดอร์เข้ามาจัดการเขาจนชนะ และดัมเบิลดอร์ก็ได้ Elder Wand ไป ขณะนี้ ไม้อยู่ฮอกวอตส์ และแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าเฮอร์ไมโอนี่พูดถูก ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่ไปตามหา Horcruxes และไม่ได้ต้องการให้แฮร์รี่ใช้ Elder Wand

สเนปพาโวลเดอมอร์ไปที่ทะเลสาป และกลับไป โวลเดอมอร์ไปยังหลุมศพสีขาวของดัมเบิลดอร์ ทำลายหลุมศพ และเอาไม้กายสิทธิ์มาครองในที่สุด

Image

บทที่ 25 - Shell Cottage

กริพฮุคตกลงที่จะยอมช่วยพวกแฮร์รี่ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือเขาต้องการดาบกริฟฟินดอร์ แฮร์รี่ปรึกษากับรอนและเฮอร์ไมโอนี่เพราะพวกเขายังคงต้องการใช้ดาบ เลยตกลงกันว่าจะยอมรับข้อตกลงของกริพฮุค แต่จะไม่บอกว่าจะมอบดาบให้เมื่อไร โดยแฮร์รี่คิดว่า ดาบจะมอบให้หลังจากที่พวกเขาทำลาย Horcruxes หมดแล้ว นานวันเข้า ที่พวกเขาหลบซ่อนตัวที่บ้านหลังนี้ แฮร์รี่และเพื่อน ๆ ก็เริ่มไม่ชอบก๊อบลิน และรู้สึกอึดอัดเวลามีกริพฮุคอยู่ด้วย แต่ยังไง พวกเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากกริพฮุคอยู่ดี บิลพาโอลิเวนเดอร์ไปส่งที่บ้านป้า Muriel เฟลอร์ฝากเทียร่าที่เธอสวมในวันแต่งงานให้คืนป้า Muriel ซึ่งเมื่อกริพฮุคเห็นเทียร่า ก็ส่งสายตาละโมบใส่และพึมพำว่าก๊อบลินเป็นคนทำเทียร่าอันนี้ขึ้น

ลูปินเข้ามาบอกข่าวเรื่องลูกชายที่เพิ่งเกิดของเขา ตั้งชื่อว่าเท็ดดี้ตามพ่อของท๊องค์ ทุกคนต่างยินดีกับข่าวนี้ ลูปินขอให้แฮร์รี่เป็นพ่อทูนหัวให้ลูกชายเขาและเหมือนจะลืมเรื่องขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หมดสิ้น

เมื่ออยู่ตามลำพัง บิลเตือนแฮร์รี่เรื่องกริพฮุค เขาเคยทำงานกับพวกก๊อบลินและรู้จักพวกนี้ดีที่สุดโดยเฉพาะเรื่องการทำสัญญากับพวกก๊อบลิน บิลเตือนให้แฮร์รี่ระวังตัวให้ดี และบอกว่า พวกก๊อบลินคิดว่าทุกสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น จะเป็นของผู้ที่สร้าง ไม่ใช่ผู้ที่ซื้อ สิ่งที่ก๊อบลินสร้างขึ้น พวกมันมองว่าเป็นของพวกมัน แต่แฮร์รี่ไม่ได้บอกบิลว่าพวกเขาทำสัญญาอะไรกับก๊อบลิน

Image

บทที่ 26 - Gringotts

พวกเขาวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ในเช้าตรู่ เฮอร์ไมโอนี่ใช้น้ำยาสพพรรสปลอมตัวเป็นเบลลาทริกซ์ โดยใช้เส้นผมสีดำที่ติดอยู่กับเสื้อสเวเตอร์ที่เธอใส่ในบ้านมัลฟอย และถือไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์ รอนถูกเฮอร์ไมโอนี่ใช้คาถาปลอมตัวให้และใช้ชื่อปลอม โดยที่แฮร์รี่กับกริพฮุคซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน

ที่ตรอกไดแอกอน ระหว่างทางไปกริงกอตส์ พวกเขาพบกับ Travers ผู้เสพความตายคนหนึ่งที่เข้ามาทักเบลลาทริกซ์ และไปที่กริงกอตส์พร้อม ๆ กัน กริพฮุคเตือนแฮร์รี่ว่าพวกนั้นน่าจะบอกก๊อบลินแล้วว่าไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์ถูกขโมยไป แฮร์รี่จึงใช้คาถา Imperio สะกดใจ Travers และก๊อบลิน Bogrod เพื่อช่วยเฮอร์ไมโอนี่ เมื่อประตูถูกปิดลง แฮร์รี่ก็เก็บผ้าคลุมล่องหน และบอกว่าทุกคนว่าทั้ง Travers และ Bogrod ถูกคาถาสะกดใจ และเตือนว่าพวกนั้นสงสัยพวกเขาแล้ว แฮร์รี่นึกถึงคำพูดของเบลลาทริกซ์ว่าการใช้คำสาปต้องห้ามพวกนี้ เขาต้องตั้งใจหมายความเช่นนั้นด้วย คำสาปถึงจะได้ผล

พวกเขานั่งรถรางเข้าไปด้านในและผ่านน้ำตก รถรางสลัดพวกเขาตกและพุ่งชนกำแพง เฮอร์ไมโอนี่กับรอนกลับสู่ร่างเดิม เพราะคาถา Cushioning ในน้ำตกที่จะล้างคาถาทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย แฮร์รี่จึงใช้คาถาสะกดใจ Bogrod อีกครั้งเพราะต้องใช้ก๊อบลินในการเปิดเซฟ ระหว่างทาง พวกเขาพบมังกรตาฝางตัวหนึ่ง ซึ่งกริพฮุคบอกว่ามันจะไม่ทำอะไรเวลามี Clankers มาด้วย

พวกเขาเข้าไปในเซฟ และพยายามหาถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟ เขาเห็นดาบกริฟฟินดอร์เล่มปลอมในนั้นด้วย ของในนั้นต้องสาป เฮอร์ไมโอนี่แตะถ้วยอันหนึ่งซึ่งเผามือเธอ จากนั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเต็มไปหมด แล้วแฮร์รี่ก็เห็นถ้วยอยู่ตรงกองสมบัติที่สูงเกือบถึงเพดาน เฮอร์ไมโอนี่เสกคาถาให้แฮร์รี่ลอยขึ้นไปยังเสื้อเกราะซึ่งมันก็เพิ่มจำนวนอีก จนกลบพวกเขาแทบมิด แฮร์รี่ส่งกริพฮุค ให้ดาบเขาไปเกี่ยวถ้วยลงมา

แล้วตอนนั้น แฮร์รี่ก็เข้าใจว่ากริพฮุคก็รู้ดีว่าพวกแฮร์รี่ไม่คิดจะรักษาคำพูด กริพฮุคจึงโยนดาบไปไกลเกินแฮร์รี่เอื้อมถึง ถ้วยกระเด็นตกมา แฮร์รี่คว้าถ้วยได้ทัน แต่ดาบถูกกริพฮุคเอาไปแล้ว และมันก็วิ่งหนีไปรวมกับพวกก๊อบลินและพ่อมดที่เข้ามาจับพวกแฮร์รี่ และตะโกนว่าขโมย ช่วยด้วย

พวกแฮร์รี่พยายามหนี แฮร์รี่เรียกรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นไปบนหลังมังกร แล้วก็ยิงคาถาจนโซ่ล่ามมังกรขาด มังกรจัดการกับพวกพ่อมดที่เข้ามาขวาง เฮอร์ไมโอนี่ยิงคาถาทำลายทางออกให้กว้างขึ้น จนมังกรบินหนีขึ้นไปบนฟ้าได้

Image

บทที่ 27 - The Final Hiding Place

เจ้ามังกรไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่บนหลังมันเพราะมันกำลังยินดีกับอิสรภาพ เมื่อมันบินต่ำ พวกแฮร์รี่จึงรีบกระโดดลงน้ำก่อนที่มังกรจะรู้ว่าพวกเขาเกาะหลังมันมา พวกเขาพักเหนื่อย รักษาแผล เฝ้ามองมังกรกินน้ำอย่างมีความสุขอีกด้าน และคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาได้ Horcrux มา แต่เสียดาบไป และพวกเขาเพิ่งปล้นธนาคารมาหมาด ๆ ซึ่งทำให้พวกเขาหัวเราะออกมาได้

แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกถึงความโกรธของโวลเดอมอร์ เมื่อรู้ว่าเซฟของเบลลาทริกซ์ถูกปล้น จนฆ่าก๊อบลินที่มาส่งข่าวจนตายเรียบ โวลเดอมอร์เริ่มสงสัยว่าพวกแฮร์รี่จะรู้เรื่อง Horcruxes แล้ว จริงอยู่ว่าเขาไม่รู้ว่าไดอารี่ถูกทำลาย แต่เขาคิดว่าตอนนั้นเขายังไม่มีร่าง ทำให้ตอนนี้เขายิ่งห่วงความปลอดภัยของ Horcruxes อื่น ๆ เขาซ่อนแหวนไว้ในบ้านเก่าของ Gaunt ซึ่งไม่น่าจะมีใครรู้ว่าเขาเป็นญาติกับ Gaunt แหวนน่าจะปลอดภัย ส่วนล็อคเก็ตในถ้ำทะเลสาบก็ไม่น่ามีใครจะสืบรู้ ส่วน Horcrux ที่ฮอกวอตส์ก็น่าจะปลอดภัย ส่วนนากินี่ เขาจะเรียกมันมาอยู่ข้าง ๆ

แฮร์รี่ลืมตาและบอกเพื่อน ๆ ว่าโวลเดอมอร์รู้แล้วว่าพวกเขากำลังตามล่า Horcruxes อยู่ และ Horcrux อันที่เหลืออยู่ที่โรงเรียน พวกเขาซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมและหายตัวไปที่ Hogsmeade

Note: - แหวนถูกดัมเบิลดอร์ทำลายไปแล้วในเล่มหก
- โวลเดอมอร์เพิ่มรู้ว่าพวกแฮร์รี่รู้เรื่อง Horcruxes ... ในเล่มหก แฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์สืบหา Horcruxes และประวัติของโวลเดอมอร์จากความทรงจำของคนหลาย ๆ คนผ่านเพนซีป

Image

บทที่ 28 - The Missing Mirror

พวกเขามายัง Hogsmeade และทันทีที่เขามาถึง อากาศแถวนั้นก็แปลกไป ผู้เสพความตายวิ่งกรูออกมาจากร้านไม้กวาดสามอัน ราวกับรู้ว่าพวกเขามาถึงแล้วทั้ง ๆ ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน พวกมันพยายามให้คาถาเรียกผ้าคลุมเพราะรู้ว่าพวกเขาต้องหายตัวอยู่แน่ ๆ แต่คาถาใช้ไม่ได้ผลกับผ้าคลุม พวกแฮร์รี่พยายามจะหายตัวหนี แต่ก็ไม่ได้ผล พวกผู้เสพความตายจึงเรียก Dementors มา แฮร์รี่เลยเสกผู้พิทักษ์ไล่ Dementors ไป ตามแผนของพวกมัน ซึ่งก็รีบวิ่งลงมายังแถว ๆ ที่แฮร์รี่เพิ่งเสกคาถา แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งเรียกพวกแฮร์รี่ให้เข้าไปในประตู ๆ หนึ่ง และไล่ขึ้นไปข้างบน แฮร์รี่เพิ่งรู้ว่านี่คือโรงแรม Hog's Head พวกเขารีบขึ้นไปข้างบน และเฝ้ามองจากหน้าต่างชั้นบน เห็นเจ้าของโรงแรมกำลังเถียงกับพวกผู้เสพความตายอยู่ แฮร์รี่ถึงรู้ว่าตอนนี้ที่นี่มีเคอร์ฟิวอยู่ เจ้าของโรงแรมบอกว่าผู้พิทักษ์ที่พวกนั้นเห็นคือผู้พิทักษ์ในร่างแพะของเขาเอง

เจ้าของโรงแรมนั้นคือ Aberforth น้องชายของดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่รู้ว่า Aberforth เป็นคนส่งด๊อบบี้ไปช่วยพวกเขา และเห็นกระจกอีกส่วนของซีเรียสใต้รูปภาพหญิงสาว แฮร์รี่บอกว่าพวกเขาต้องการเข้าไปในฮอกวอตส์ แต่ Aberforth บอกให้เลิกคิดและให้พวกแฮร์รี่ไปไกล ๆ จากที่นี่

เขาเล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ในสมัยก่อน ชี้ให้ดูรูปภาพหญิงสาวซึ่งก็คือ Ariana น้องสาวของพวกเขา Aberforth เล่าว่าเมื่อ Ariana อายุหกขวบ เธอยังเด็กและควบคุมพลังไม่ได้ เธอถูกเด็กหนุ่มมักเกิ้ลสามคนทำร้าย เพราะเขาเคยเห็นเธอใช้เวทมนต์ แล้วเธอก็ควบคุมมันไม่ได้อีก เธอเลยไม่ใช้พลังและมันทำให้เธอคลั่ง พลังระเบิดออกมาเมื่อเธอไม่สามารถควบคุมได้ พ่อของพวกเขาไปจัดการเด็กหนุ่มสามคนนั้น จนถูกจับและเอาไปขังที่อัซคาบัน พ่อเขาไม่เคยพูดเลยว่าเพราะอะไร เขาไม่อยากให้ทางกระทรวงรู้ ไม่งั้นลูกสาวจะต้องถูกจับขังใน St. Mango และถูกประกาศว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคง เพราะเธอควบคุมพลังไม่ได้ แม่และ Aberforth คอยดูแลเธอ โดนเฉพาะ Aberforth ที่เธอไว้ใจและรักมากที่สุด แต่ดัมเบิลดอร์ส่วนมากจะเก็บตัวในห้อง อ่านหนังสือและเขียนจดหมายหาคนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Aberforth ไม่อยู่ แล้วเธอก็คุมพลังไม่ได้ แม่ก็เอาไม่อยู่จนแม่ตาย ดัมเบิลดอร์เลยต้องหยุดการเดินทางท่องเที่ยวกับ Elphias Doge มาดูแลบ้านในฐานะหัวหน้าครอบครัว

Aberforth ต้องการเลิกเรียน กลับมาดูแลน้อง แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอม เขาดูแลเธอไม่ให้ระเบิดบ้านพัง จนกระทั่ง Grindelwald เข้ามาพูดคุยกับดัมเบิลดอร์ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งระเบียบของสังคมพ่อมด เรื่อง Hallows และทุกสิ่งที่พวกเขาสนใจ ท้ายที่สุด พวกเขาทั้งสามทะเลาะกันเรื่องของ Ariana ... Grindelwald ใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Aberforth และดัมเบิลดอร์พยายามหยุด และพวกเขาก็สู้กัน ซึ่งทำให้ Ariana ทนไม่ได้ จนระเบิดพลังออกมา Aberforth บอกว่าเธอเพียงต้องการจะช่วยแต่เธอเพียงไม่รู้ว่าเธอกำลังอะไรอยู่ เขาไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำ รู้อีกทีเธอก็ตายแล้ว Grindelwald หนีไป ดัมเบิลดอร์เป็นอิสระตลอดกาล

แต่แฮร์รี่แย้งว่าดัมเบิลดอร์ไม่เคยมีอิสระเลย และเล่าว่าถึงคำพูดตอนที่ดัมเบิลดอร์ดื่มน้ำยาในคืนที่เขาตาย ว่าดัมเบิลดอร์คงยังระลึกถึงตอนที่เขาเห็น Grindelwald กำลังทำร้ายน้อง ๆ อยู่ และแฮร์รี่ก็บอกว่าเขาจะไม่หยุด จนกว่าจะล้มโวลเดอมอร์ได้ ... Aberforth เดินไปยังรูปภาพ Ariana บอกว่าเธอรู้ว่าต้องทำยังไง .. หญิงสาวในภาพหันหลังและเดินจากไป ซึ่งไม่เหมือนภาพอื่น ๆ เวลาเดินทางไปยังกรอบรูปอันอื่น .. มันเหมือนเป็นอุโมงค์ยาวมืด ๆ .. Aberforth บอกว่าทุกทางมียามเฝ้าแล้ว มีเพียงทางนี้ทางเดียว สักพัก Ariana ก็กลับมา พร้อมกับพาเนวิลล์มาด้วย รูปภาพเปิดออก และเนวิลล์ก็กระโดดออกมาอย่างดีใจสุดขีดที่ได้พบพวกแฮร์รี่อีกครั้ง


_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Last edited by BeeJang on Fri Aug 03, 2007 8:59 pm, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 8:29 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
บทที่ 29 - The Lost Diadem

ระหว่างที่เนวิลล์พาพวกเขาเดินผ่านอุโมงค์หลังภาพ เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าที๋โรงเรียนเปลี่ยนไปมากยิ่งกว่าตอนที่อัมบริดจ์มาคุมเสียอีก Amycus Carrows สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ซึ่งกลายเป็นสอนวิชาการใช้ศาสตร์มืดจริง ๆ โดยให้ฝึกคาถากรีดแทง เอาไว้ทำโทษคนอื่น ส่วน Alecto Carrows สอนมักเกิ้ลศึกษาก็เอาแต่ว่ามักเกิ้ลเป็นดั่งสัตว์โง่เง่าและสกปรก ซึ่งเนวิลล์ก็ถูกพวกนั้นทำโทษบ่อย ๆ จนมีแผลเต็มไปหมด มีนักเรียนบางส่วนต่อต้านเขา ซึ่งเมื่อจินนี่ไม่ได้กลับมาหลังคริสมาส เนวิลล์ก็เหมือนกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไป และถูกพวกพี่น้อง Carrows จับตามองตลอด จนไม่นานมานี้ พวกนั้นถึงไปลงที่คุณยายของเนวิลล์ แต่พวกนั้นคาดไม่ถึงว่าแม่มดแก่ ๆ จะมีพิษสงอะไรมากมาย แต่คุณยายของเนวิลล์เล่นงานผู้เสพความตายคนหนึ่งเข้า St. Mungo จนป่านนี้ยังไม่หายเจ็บเลย คุณยายกำลังหลบหนีอยู่ และส่งจดหมายมาหาเนวิลล์ชื่นชมเขาว่าสมเป็นลูกของพ่อแม่ และเธอภูมิใจในตัวเนวิลล์มาก

เนวิลล์พาแฮร์รี่ทะลุไปยังอีกด้านของรูปภาพ นั่นคือ Room of Requirements ที่มีเพื่อน ๆ รออยู่หลายคน ซึ่งลูน่า ดีน จินนี่ เฟร็ดจอร์จ ลี และโชตามมาสมทบอีก พวกเขาทุกคนต้องการจะช่วยแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ยังคงไม่แน่ใจและยังไม่ยอมบอกว่าเขากลับมาที่นี่เพื่อหา Horcrux รอนกับเฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วยที่จะให้เพื่อน ๆ ช่วย แม้จะไม่ได้บอกคนอื่นว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร แฮร์รี่จึงบอกเพื่อน ๆ ว่า เขามาที่นี่เพื่อหาของสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำลายโวลเดอมอร์ และอาจอยู่ในส่วนที่พักของเรเวนคลอ มันคืออะไรสักอย่างที่มีนกอินทรีของเรเวนคลอ ซึ่งลูน่าก็ให้ความเห็นว่า มันคือ Lost Diadem ของเรเวนคลอ .. โช แชงบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้ว แต่ถ้าเขาอยากเห็นว่า Diadem เป็นยังไง เธอจะพาไปดูที่รูปปั้นในห้องนั่งเล่นของเรเวนคลอ ... จินนี่เสนอให้ลูน่าเป็นคนพาแฮร์รี่ไปแทน

ใต้ผ้าคลุมล่องหน แฮร์รี่เปิดแผนที่และขึ้นไปยังห้องนั่งเล่นเรเวนคลอ และเห็นรูปปั้นกับ Diadem ที่เป็นรัดเกล้าหินอ่อน มีคำจารึกเล็ก ๆ สลักอยู่ แฮร์รี่เลยออกจากผ้าคลุม และปีนขึ้นไปอ่าน ได้ความว่า "Wit beyoud measure is man's greatest treasure." ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียง จนตกใจหล่นลงมากับพื้น และพบ Alecto Carrows ยืนค้ำหัวอยู่ และกดนิ้วไปยังรอยสักมารบนแขน

Note : - บทนี้เนวิลล์เจ๋งค่ะ ลุกเถียงอาจารย์บ่อย ๆ จนโดนทำโทษ แต่ที่เจ๋งกว่าคือคุณยายเนวิลล์ค่ะ
- ไมเคิล คอร์เนอร์ถูกทำโทษหนักเพราะช่วยนักเรียนที่ถูกล่ามเอาไว้

Image

บทที่ 30 - The Sacking of Severus Snape

ขณะที่ Alecto กดนิ้วที่รอยสัก ลูน่าก็เสกคาถาใส่จน Alecto สลบ แฮร์รี่เรียกลูน่ามาซ่อนใต้ผ้าคลุมทันก่อนที่เด็ก ๆ บ้านเรเวนคลอจะลงมา Amycus กับมักกอนนากัลเข้ามาในห้องนั่งเล่น ซึ่ง Amycus โกรธมากที่เห็นน้องสาวถูกสาปและขู่ว่าจะใช้คำสาปกรีดแทงให้เด็ก ๆ บอกว่าใครเป็นคนทำ เขาหวั่นว่าโวลเดอมอร์จะโกรธที่ถูกเรียกมา และจับแฮร์รี่ไม่ได้ พวกเขาจะถูกลงโทษหนัก แต่เขาจะป้ายความผิดให้เด็ก ๆ และทำโทษเด็ก ๆ แทน มักกอนนากัลบอกว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายเด็ก ๆ อีก Amycus บอกว่าเวลาของมักกอนนากัลหมดแล้ว และพวกเขาก็ควบคุมที่นี่ จากนั้นก็ถ่มน้ำลายใส่ ทำให้แฮร์รี่โกรธมาก จนใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Amycus จนกระเด็นไปกระแทกกำแพงสลบ แล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าคำสาปพวกนี้ เขาต้องหมายความเช่นนั้นจริง ๆ

มักกอนนากัลตกใจมากที่เห็นแฮร์รี่ที่นี่ แฮร์รี่บอกว่าเขาต้องหา Diadem ของเรเวนคลอ เขาต้องทำตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์และจะไม่หนีออกไปจากที่นี่ โวลเดอมอร์กำลังจะมา มักกอนนากัลเข้าใจสถานการณ์ เธอจะปกป้องโรงเรียน และให้แฮร์รี่ซ่อนตัวในผ้าคลุม

พวกเขาพบสเนปที่ถูกเรียกออกมาเพราะ Alecto ส่งข่าวผ่านรอยสักว่าพบแฮร์รี่แล้ว และคาดคั้นมักกอนนากัลว่าพบแฮร์รี่แล้วใช่ไหม พวกเขาสู้กัน อาจารย์คนอื่นออกมาช่วยมักกอลนากัล ท้ายที่สุด สเนปหลบหนีไป มักกอลนากัลแจ้งข่าวเรื่องโวลเดอมอร์กำลังจะมา เพื่อนอาจารย์ตกลงจะปกป้องโรงเรียน แฮร์รี่ถามฟวิตวิกถึง Diadem ของเรเวนคลอ แต่เขาบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้ว

ระหว่างที่อาจารย์ประจำบ้านเรียกนักเรียนไปที่ห้องโถง แฮร์รี่กลับไปยัง Room of Requirement พบว่าขณะนี้มีคนอื่น ๆ มาชุมนุมกันคับคั่ง อาเธอร์ มอลลี่ คนในภาคีและเพื่อน ๆ แม้แต่เพอร์ซี่ จินนี่อยากจะสู้ด้วยแต่มอลลี่ไม่ยอม เพราะเธออายุต่ำกว่าเกณฑ์ พวกเขาลงมารวมที่ห้องโถง แฮร์รี่ไม่เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งจินนี่บอกว่าพวกเขาลงไปที่ห้องน้ำ

Image

บทที่ 31 - The Battle of Hogwarts

ที่ห้องโถง มักกอนนากัลบอกทุกคนเรื่องเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยอมให้เด็ก ๆ ที่สมัครใจอยู่ช่วยสู้ด้วย แต่คนที่อายุไม่ถึง ให้หนีไปช่องทางทะลุไปที่ Hogsmeade ระหว่างนั้นเสียงของโวลเดอมอร์ก็ดังขึ้น บอกว่าให้ส่งแฮร์รี่มาให้เขาภายในเที่ยงคืน

แฮร์รี่ครุ่นคิดถึง Diadem ว่ามันจะอยู่ที่ไหนได้บ้าง จากข่าวของนิคหัวเกือบขาด เขาไปหา The Grey Lady ผีประจำบ้านเรเวนคลอ เธอคือลูกสาวของเรเวนคลอ แฮร์รี่ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการใส่มันหรือครอบครองมัน แต่เพียงต้องใช้มันล้มล้างโวลเดอมอร์ เธอเล่าว่าเธอเป็นคนขโมย Diadem ของแม่และหนีไป จากนั้นแม่ของเธอก็ป่วย จึงส่งชายที่เคยปรารถนาเธอมาตาม แต่เธอไม่ยอมกลับ เขาจึงโกรธมากและฆ่าเธอ เมื่อเขารู้สึกตัว จึงฆ่าตัวตายตาม เขาคนนั้นคือบารอนเลือด ผีประจำบ้าน สลิธีริน Diadem ถูกซ่อนไว้ในต้นไม้ที่อัลเบเนีย และเธอเคยเล่าเรื่องนี้ให้ริดเดิ้ลฟัง

แฮร์รี่ไม่คิดว่าโวลเดอมอร์จะซ่อน Diadem ไว้ในป่าอัลเบเนีย จากนั้นเขาก็คิดออกว่าริดเดิ้ลคงซ่อน Diadem ไว้ในปราสาทในวันที่เขากลับมาขอทำงานที่โรงเรียน และเขาต้องซ่อนมันระหว่างทางไปยังไปยังห้องทำงานดัมเบิลดอร์แน่ ๆ

ระหว่างทาง แฮร์รี่พบเพื่อน ๆ ที่จุดต่าง ๆ กำลังป้องกันปราสาท และพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ พวกเขาเพิ่งกลับมาจากห้องแห่งความลับและทำลายถ้วยไปแล้วด้วยเขี้ยวบาซิลิส แฮร์รี่บอกว่าเขารู้แล้วว่า Diadem อยู่ไหน มันถูกซ่อนในที่ ๆ เขาเคยซ่อนหนังสือปรุงยาเล่มเก่า ที่ ๆ เด็ก ๆ นักเรียนซ่อนของไว้ โดยที่อาจารย์ แม้แต่ดัมเบิลดอร์ไม่รู้

พวกเขากลับไปที่ Room of Requirement ขอให้จินนี่ออกมาก่อนเพราะเขาต้องใช้ห้องนั้น ก่อนเข้าไป รอนนึกถึงพวกเอลฟ์ประจำบ้าน บอกว่าต้องให้พวกนั้นหนีไป เพราะเขาไม่ควรสั่งให้พวกนั้นออกมาสู้ตายเพื่อพวกเขา ซึ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่ซึ้งใจมากถึงกับกระโดดจูบรอนเลยทีเดียว

แฮร์รี่ขึ้นไปหน้าห้อง บอกว่าเขาต้องการสถานที่ ๆ ทุกสิ่งถูกซ่อนเอาไว้ เดรโก้ แครปและกอยล์อยู่ที่นั้น พวกเขาต่อสู้กัน เดรโก้ตะโกนเตือนไม่ให้ฆ่าแฮร์รี่แต่เพื่อน ๆ ไม่ฟัง แครปใช้คาถาเสกไฟที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดอาละวาดจนควบคุมไม่ได้ พวกเขาทั้งหมดจึงหนีตายกันออกมา พวกแฮร์รี่ขึ้นไม้กวาดกำลังจะหนีจากกองเพลิง แฮร์รี่กลับไปข่วย พวกมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่ลากกอยล์ขึ้นไม้กวาด ส่วนเดรโก้กระโดดขึ้นหลังแฮร์รี่ ช่วงที่บินหนี แฮร์รี่คว้า Diadem ไว้ได้ทัน และหนีออกจาห้องนั้นได้พอดี Diadem ถูกทำลายเพราะ Fiendfyre ที่แครปเสกออกมา Horcrux ที่เหลืออยู่ตอนนี้คืองูนากินี่เท่านั้น

พวกเขาวิ่งออกมาข้างนอก เห็นเพอร์ซี่กับเฟร็ดกำลังสู้กับ Thicknesse แล้วก็เกิดระเบิดขึ้นจนพวกเขาล้มระเนระนาด เมื่อแฮร์รี่ลุกขึ้น เขาก็เห็นเพอร์ซี่เขย่าร่างไร้วิญณาณของเฟร็ดที่ดวงตานิ่งค้าง แววตามองไม่เห็นสิ่งใดอีก

Note : - แครปตาย

Image

บทที่ 32 - The Elder Wand

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อ แมงมุมยักษ์จากป่าต้องห้ามหลุดเข้ามาด้วยแต่แฮร์รี่ให้คาถาซัดพวกมันออกไป รอนกำลังอยากแก้แค้นพวกผู้เสพความตายที่ฆ่าเฟร็ด แต่แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เตือนว่าพวกเขาต้องตามหาและฆ่างู ที่เป็น Horcrux ให้ได้ เฮอร์ไมโอนี่ให้แฮร์รี่เข้าไปดูในจิตใจของโวลเดอมอร์ และก็รู้ว่าตอนนี้โวลเดอมอร์อยู่ที่เพิงโหยหวน ลูเซียสกำลังขอให้โวลเดอมอร์ยกโทษให้ลูกชาย และขอลงไปสู้เอง แต่โวลเดอมอร์รู้ทันและบอกว่าลูเซียสแค่ต้องการลงไปหาลูก เลยให้ลูเซียสไปพาสเนปมาหาเขาแทน

เฮอร์ไมโอนี่โกรธมากที่รู้ว่าโวลเดอมอร์แค่นั่งรออยู่ที่เพิงโหยหวนโดยไม่แม้จะลงมาสู้ แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องลงมาสู้ แค่รอให้แฮร์รี่ไปหาเขาเท่านั้น งูนากินี่ก็อยู่ข้าง ๆ เขาเช่นกัน พวกเขาอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน พยายามจะออกไปนอกปราสาท พวกเขาเห็นเพื่อน ๆ อาจารย์ และผีในโรงเรียนร่วมต่อสู้กับผู้เสพความตาย ที่หน้าประตู เดรโก้พยายามบอกผู้เสพความตายว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่แฮร์รี่เข้ามาพอดี และช่วยชีวิตเดรโก้ไว้อีกครั้ง ประตูใหญ่เปิดออก แมงมุมยักษ์ทะลักเข้ามา แสงไฟจากคาถาลอยเต็มไปหมด พวกกำลังคิดอยู่ว่าจะออกไปยังไงท่ามกลางความชุลมุนแบบนี้ แฮกริดก็วิ่งลงมา ตะโกนว่าอย่าทำร้ายพวกมัน และถูกกลืนหายไปกับพวกแมงมุมและเวทมนต์มากมาย พวกแมงมุมถอยไปพร้อมกับเหยื่อ พวกแฮร์รี่วิ่งตามออกไป และพบกับพวกยักษ์ รอนห้ามเฮอร์ไมโอนี่ไม่ให้เสกคาถาทำให้พวกนั้นสลบเพราะยักษ์จะล้มทับปราสาทพัง พวกเขาวิ่งหนีจนเกือบจะถึงป่า Dementors ก็รายล้อมพวกเขา แต่ผู้พิทักษ์ของลูน่า เออร์นี่ย์และเซมัสก็จัดการ Dementors ไปได้

พวกเขามาถึงต้นวิลโล่ว์จอมหวด และเข้าไปข้างในใต้ผ้าคลุมล่องหน และแอบดูตรงช่องกำแพง เขาเห็นโวลเดอมอร์และสเนป นากินี่ลอยอยู่ในวงคาถากลางอากาศ สเนปบอกว่าเขาจะไปพาแฮร์รี่มาให้ แต่โวลเดอมอร์ถามเขาว่าทำไมไม้กายสิทธิ์ถึงไม่สามารถแสดงความมหัศจรรย์ออกมาแบบเมื่อก่อน เวทมนต์ที่เขาใช้เป็นเพียงเวทมนต์ธรรมดา ๆ เท่านั้น เขาไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง Elder Wand กับไม้กายสิทธิ์อันเดิมของเขาเลย สเนปยืนยันว่าจะไปพาแฮร์รี่มาให้โวลเดอมอร์บอกว่าแฮร์รี่จะขึ้นมาหาเขาเอง แต่ตอนนี้ เขาสงสัยเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมถึงไม้กายสิทธิ์ไม้ยิว กับไม้กายสิทธิ์ของลูเซียส ทั้งสองอันที่เขาเคยใช้ต่างสู้กับแฮร์รี่ไม่ได้ แม้แต่ Elder Wand ก็ดูไม่แตกต่าง ซึ่งสเนปก็ตอบไม่ได้ แต่โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเข้าใจแล้วว่าเพราะเขาไม่ใช่ผู้ครอง Elder Wand ที่แท้จริง ไม้กายสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ที่ฆ่าเจ้าของคนเดิม แต่เดิม Elder Wand เป็นของดัมเบิลดอร์ คนที่ฆ่าดัมเบิลดอร์ก็คือสเนป

กรงขังงูลอยขึ้นมาทับสเนปที่ศีรษะและบ่า โวลเดอมอร์สั่งนากินีให้ไปฆ่าสเนป มันฉกกัดไปที่คอของสเนปที่ยังไม่ทันร่ายมนต์ปลดกรงออกจากตัวเอง โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเสียใจ แต่ไม่มีความเสียใจใด ๆ บนใบหน้าและน้ำเสียง เขาเอากรงออกจากร่างสเนป ทิ้งให้สเนปตาย และเดินลอดอุโมงค์ออกไปจากเพิงโหยหวน

แฮร์รี่ค่อย ๆ เข้าไปหาสเนปที่กำลังจะตาย สเนปคว้าคอเสื้อคลุมดึงแฮร์รี่เข้ามาใกล้ ๆ และบอกว่าให้นำมันไป ... แฮร์รี่รู้ดีว่ามันคืออะไร สีฟ้าเงินลื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทั้งของเหลวหรือก๊าซไหลออกมาจากปาก หูและดวงตา เฮอร์ไมโอนี่ส่งขวดแก้วให้แฮร์รี่เก็บสิ่งสีเงินนี้ สเนปบอกให้แฮร์รี่จ้องมองเขา แล้วเขาก็สิ้นใจ

Image

บทที่ 33 - The Prince's Tale

แฮร์รี่นั่งข้างร่างไร้ชีวิตของสเนปอยู่พักหนึ่ง ก่อนเขาจะได้ยินเสียงของโวลเดอมอร์ที่ดังก้องโรงเรียนและ Hogsmeade ว่าให้แฮร์รี่ออกมามอบตัวภายในหนึ่งชั่วโมงที่ป่าต้องห้าม ไม่งั้นเขาจะฆ่าทุกคนไม่ให้เหลือแม้แต่ผู้หญิงและเด็ก ในห้องโถงใหญ่ ผู้คนมารวมกัน รักษาคนเจ็บ และนั่งข้าง ๆ คนที่ตาย ร่างของเฟร็ดถูกล้อมด้วยครอบครัววีสลีย์ ลูปินกับท๊องก์ดูเหมือนหลับอย่างสงบ แฮร์รี่กลับไปยังห้องทำงานของดัมเบิลดอร์เงียบ ๆ ไปที่เพนซีป และเทความทรงจำของสเนปลงไป

สเนปในวัยเด็ก แอบเฝ้ามองเด็กสาวสองคนหลังพุ่มไม้ ลิลลี่กับเพ็ตทูเนียกำลังเล่นกัน โดยลิลลี่ใช้เวทมนต์กับดอกไม้ เพ็ตทูเนียหวาดกลัวบอกว่าแม่พวกเธอห้ามลิลลี่ทำแบบนี้ สเนปกระโดดออกมา บอกว่ามันคือเวทมนต์และลิลลี่คือแม่มด เพ็ตทูเนียตกใจ และกล่าวหาว่าสเนปแอบซุ่มมองพวกเธอมาตลอด และพาลิลลี่ที่หันมองสเนปอยู่จากไป

สเนปกับลิลลี่ในวัยเด็กนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ สเนปบอกว่ากระทรวงจะเอาผิดคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์แล้วใช้เวทมนต์นอกโรงเรียน สเนปเล่าว่าอีกไม่นานพวกเขาจะได้รับจดหมาย แต่ลิลลี่จะมีคนมาที่บ้าน เพราะเธอเป็นมักเกิ้ล ลิลลี่ถามสเนปว่าเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ลแตกต่างจากคนอื่นไหม ซึ่งสเนปตอบว่า ไม่มีอะไรแตกต่าง พวกเขาคุยเรื่องครอบครัวของสเนป พลังเวทมนต์ทรงพลังของลิลลี่ และขณะที่สเนปเล่าเรื่อง Dementor ที่ลิลลี่ถาม เขาได้ยินเสียงเพ็ตทูเนียลื่นจากด้านหลัง จนสเนปบอกว่าคราวนี้ใครกันแน่ที่แอบดูแอบฟังอยู่ เพ็ตทูเนียโกรธมาก เลยเยาะเย้นสเนปว่าใส่กระโปรงของแม่อยู่เหรอ กิ่งไม้บนศีรษะของเพ็ตทูเนียหักและหล่นใส่เธอ ลิลลี่โกรธและกล่าวหาว่าสเนปเป็นคนทำแต่เขาปฏิเสธ เธอไม่ยอมฟัง วิ่งตามพี่สาวกลับบ้าน

ที่สถานีรถไฟ สเนปเฝ้ามองครอบครัวมาส่งลิลลี่ ลิลลี่ยังคงขอโทษเพ็ตทูเนียอยู่ บอกว่าเมื่อเธอไปถึงโรงเรียน จะพยายามขอร้องอาจารย์ให้รับเพ็ตทูเนียเข้าโรงเรียน ซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียโกรธและอับอายมากจนปฏิเสธว่าเธอไม่เคยต้องการไปที่โรงเรียนสำหรับคนประหลาดเช่นลิลลี่หรือสเนป ลิลลี่บอกว่าเธอแน่ใจว่าเพ็ตทูเนียไม่คิดว่ามันประหลาดแน่ ๆ เพราะเธอรู้ว่าเพ็ตทูเนียเขียนจดหมายถึงดัมเบิลดอร์ ขอร้องให้รับเธอเข้าเรียนด้วย ซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียยิ่งโกรธมากขึ้นอีก


_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 8:53 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
ลิลลี่นั่งร้องไห้อยู่ในรถไฟ สเนปเข้ามานั่งด้วยและปลอบเธอโดยบอกเรื่องว่าพวกเขากำลังไปฮอกวอตส์ซึ่งทำให้ลิลลี่ยิ้มออกมาได้ สเนปบอกว่าเขาหวังว่าลิลลี่จะอยู่บ้านสลิธีริน จนกระทั่งเจมส์กับซีเรียสเข้ามานั่ง และบอกว่าเกทับว่าพวกเขาจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ผู้กล้าหาญ จนมีปากเสียงกันนิดหน่อย เจมส์กับซีเรียสเลยเยาะเย้ยสเนปก่อนย้ายไปนั่งที่อื่น

สเนปเฝ้ามองอย่างผิดหวังเมื่อลิลลี่ถูกประกาศอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ เธอหันมองสเนปอย่างเศร้า ๆ ก่อนจะยิ้มและเดินไปนั่งกับพวกกริฟฟินดอร์ ซีเรียสขยับที่ให้เธอนั่ง แต่เธอเหมือนจำเรื่องบนรถไฟได้ เลยกอดอกและหันหลังให้เขา

ลิลลี่กับสเนปเดินคุยกัน แต่เหมือนจะทะเลาะกันมากกว่าที่ลานโรงเรียน ลิลลี่ไม่ชอบที่เห็นสเนปคบเพื่อนที่ใช้ศาสตร์มืด และสเนปเองก็ไม่ชอบพวกเจมส์เหมือนกัน และเขาสงสัยเรื่องของลูปินที่ป่วยทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง ลิลลี่เตือนเขาว่าเจมส์ช่วยชีวิตเขาจากต้นวิลโล่ว์จอมหวด แต่สเนปเย้ยว่าเจมส์แค่ต้องการจะเป็นฮีโร่เท่านั้นและเขารู้ดีว่าเจมส์ก็ชอบลิลลี่

สเนปถูกเจมส์ใช้คาถาจับขาลอยบนฟ้าและแกล้งเขา ลิลลี่กับพวกเพื่อน ๆ เข้ามาห้าม สเนปตะโกนด่าเธอว่าพวกเลือดสีโคลนด้วยความโกรธที่ถูกทำให้อับอาย

สเนปตามขอโทษลิลลี่หลายต่อหลายครั้ง ถึงขนาดมานั่งเฝ้าหน้าทางเข้าบ้าน ลิลลี่ออกมาพบเขาเพราะเพื่อนเธอบอกว่าเขาตั้งใจจะนอนเฝ้าหน้าทางเข้า สเนปพยายามขอโทษ แต่ลิลลี่บอกว่าเหมือนพวกเขาเลือกทางเดินของตัวเองแล้วที่สเนปเลือกคบพวกผู้เสพความตาย และจะเข้าร่วมโวลเดอเมอร์ในภายหลัง ถึงขนาดเรียกเธอว่าเลือดสีโคลน และทำไมเธอถึงแตกต่างจากคนอื่น

สเนปกำลังรอใครบางคนอยู่ ดัมเบิลดอร์ปรากฏตัวขึ้น ปลดอาวุธสเนปและถามว่าเขาต้องการอะไร สเนปขอร้องดัมเบิลดอร์ บอกว่าให้ช่วยลิลลี่ด้วย แต่ดัมเบิลดอร์บอกว่าคำทำนายไม่ได้หมายถึงลิลลี่ แต่เป็นลูกชายของเธอ สเนปแน่ใจว่าโวลเดอมอร์ต้องการจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด และขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยลิลลี่ ซึ่งทำให้ดัมเบิลดอร์รู้สึกสมเพชสเนปมาก ๆ ที่คิดจะช่วยลิลลี่คนเดียว โดยไม่สนใจเจมส์กับลูก สเนปไม่ตอบ และขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยซ่อนพวกเขาทั้งหมดในที่ปลอดภัย และเขาจะยอมทำทุกอย่างให้

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ สเนปบอกว่าเขาคิดว่าดัมเบิลดอร์จะซ่อนพวกเธอในที่ปลอดภัย ดัมเบิลดอร์ตอบว่าพวกเขาเลือกคนไว้ใจผิด แต่แฮร์รี่ยังไม่ตาย สเนปที่หมดหวังแล้วไม่สนใจแฮร์รี่ จนดัมเบิลดอร์บอกว่าแฮร์รี่มีดวงตาที่ถอดแบบจากลิลลี่ และบอกว่า ถ้าสเนปรักลิลลี่จริง ๆ ทางเลือกของเขาก็ชัดเจนมาก อย่าให้ลิลลี่ต้องตายอย่างไร้ค่า สเนปต้องช่วยปกป้องลูกชายของลิลลี่ สเนปขอให้ดัมเบิลดอร์ห้ามบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่โดยเด็ดขาด

สเนปเข้ามาบ่นกับดัมเบิลดอร์เรื่องนิสัยของแฮร์รี่ที่เหมือนเจมส์ไม่มีผิด แต่ดัมเบิลดอร์ไม่สนใจ บอกว่าจับตามองควีเรลล์ให้ดี

ดัมเบิลดอร์ยืนคุยกับสเนปหลังงานเลี้ยงเต้นรำเลิก เรื่องของตรามารคาร์คารอฟเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง และสเนปยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมโวลเดอมอร์อีก

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ดูอิดโรยมาก สเนปใช้ไม้กายสิทธิ์และเอายามารักษาแผลที่มือของดัมเบิลดอร์ แหวนที่ถูกทำลายวางอยู่บนโต๊ะ สเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์จะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณหนึ่งปี เพราะคำสาปจะกระจายไปเรื่อย ๆ ดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาโชคดีแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว และเขาก็มีสเนปอยู่ ดัมเบิลดอร์กล่าวถึงแผนของโวลเดอมอร์ที่จะใช้เดรโก้เข้ามาฆ่าตัวเขา สเนปบอกว่าโวลเดอมอร์เองก็ไม่คาดหวังว่าเดรโก้จะทำได้ ซึ่งจะเป็นการลงโทษครอบครัวมัลฟอย จริง ๆ แล้วเดรโก้เองก็ถูกหมายหัวไว้อยู่แล้วพอ ๆ กับดัมเบิลดอร์ ซึ่งหากเดรโก้ทำไม่สำเร็จคนที่จะทำงานต่อก็คือสเนป ดัมเบิลดอร์ฝากฝังให้สเนปปกป้องโรงเรียนและเด็ก ๆ เพราะไม่ช้าก็เร็วโวลเดอมอร์ต้องเข้ามายึดแน่ ๆ ดัมเบิลดอร์ขอให้สเนปเป็นคนที่สังหารเขา ซึ่งเวลานั้นกำลังจะมาถึง ดัมเบิลดอร์ไม่อยากให้จิตวิญญาณของเดรโก้กระทบกระเทือนมากกว่านี้ เพราะมันอาจจะยังเยียวยาได้อยู่

สเนปเดินคุยกับดัมเบิลดอร์ ถามว่าดัมเบิลดอร์ทำอะไรกับแฮร์รี่ แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมบอก บอกเพียงแค่ว่าเขาปรึกษาและบอกข้อมูลบางอย่างให้แฮร์รี่ สเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์ไม่เชื่อเขา ดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาไม่ควรบอกความลับทุกอย่างให้กับคน ๆ เดียว โดยเฉพาะกับสเนปที่ตอนนี้อยู่ใกล้ชิดกับโวลเดอมอร์แม้สเนปจะทำไปตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์เองก็ตาม เขาแน่ใจว่าโวลเดอมอร์เองก็กลัวการเชี่อมต่อของโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ และคงไม่คิดจะเข้ามาควบคุมจิตใจแฮร์รี่อีก

ดัมเบิลดอร์บอกสเนปเกี่ยวกับนากินี่ ว่าจะถึงเวลาที่โวลเดอมอร์เป็นห่วงชีวิตของงู เมื่อนั้นจะปลอดภัยที่จะบอกแฮร์รี่ถึงเรื่องคืนที่โวลเดอมอร์เข้ามาฆ่าครอบครัวพอตเตอร์ คำสาปของลิลลี่สลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ ส่วนหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิตเดียวตรงนั้น ซึ่งก็คือแฮร์รี่ ทำให้แฮร์รี่พูดภาษาพาร์เซล เชื่อมต่อจิตใจกับโวลเดอมอร์ได้ และส่วนวิญญาณนั้นก็ได้ปกป้องแฮร์รี่ไปด้วย ซึ่งแฮร์รี่ต้องตายและโวลเดอมอร์ต้องเป็นคนฆ่าเขา โวลเดอมอร์ถึงจะตายได้ สเนปโกรธมากเพราะที่ผ่านมา เขาคอยปกป้องแฮร์รี่มาตลอด และท้ายที่สุด แฮร์รี่ก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดี แค่เพียงแต่ตายให้ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น สเนปกล่าวว่าดัมเบิลดอร์เพียงใช้เขา ให้สเนปเป็นสาย เสี่ยงภัยอันตรายมากมายเพื่อเขา ทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อปกป้องลูกชายของลิลลี่ให้ปลอดภัย ทุกอย่างที่ทำเพื่อเลี้ยงดูแฮร์รี่ราวกับหมูรอวันเชือด ดัมเบิลดอร์ถามเขาว่า สเนปรู้สึกเป็นห่วงแฮร์รี่แล้วหรือ สเนปถามกลับว่า เพื่อเขาหรือ แล้วก็เสกผู้พิทักษ์ออกมา มันเป็นกวางสาวสีเงิน ดัมเบิลดอร์น้ำตาไหลถามเขาว่า ตลอดเวลาเลยหรือ สเนปยืนยันว่า ตลอดเวลา

สเนปยืนคุยอยู่กับภาพของดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์บอกว่าให้เขาบอกโวลเดอมอร์วันและเวลาที่แท้จริงที่แฮร์รี่จะเดินทางจากบ้าน Dursleys และเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย ให้สเนปไปบอกมันดันกัส ให้ใช้แผนน้ำยาสรรพรส และเปลี่ยนความทรงจำเขา ให้บอกภาคีว่านี่คือแผนของมันดันกัสเอง

สเนปขี่ไม้กวาดไล่ตามลูปินกับจอร์จในร่างของแฮร์รี่ ผู้เสพความตายบินอยู่หน้าสเนปและชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ลูปิน สเนปเสกคาถา ตั้งใจจะเล็งไปที่ไม้กายสิทธิ์ของผู้เสพความตาย แต่คาถาพุ่งไปโดนจอร์จแทน

สเนปนั่งอยู่ในห้องนอนของซีเรียส น้ำตาไหลเมื่ออ่านจดหมายของลิลลี่ เขาฉีกจดหมาย เอาในส่วนหน้าที่สอง ที่เขียนว่า ดัมเบิลดอร์เคยเป็นเพื่อนกับ Grindelwald และ Bathilda คงคิดไปเอง รักเสมอ จากลิลลี่ สเนปเก็บส่วนที่ลงลายเซ็นต์ของลิลลี่เอาไว้ และฉีกรูปเอาแต่ลิลลี่ไป โดยทิ้งส่วนที่เหลือคือเจมส์กับแฮร์รี่ไว้ในลิ้นชัก

ในห้องทำงาน สเนปยืนอยู่เมื่อ Phineas กลับเข้ามาในรูป บอกว่าได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดว่าพวกเขาอยู่ที่ Forest of Dean ดัมเบิลดอร์บอกให้สเนปเอาดาบไป และอย่าให้แฮร์รี่รู้ว่าเป็นสเนป

Image

บทที่ 34 - The Forest Again

เมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าเขาไม่ควรมีชีวิตอยู่อีก และต้องตายแบบไม่ขัดขืน เขาเข้าใจดัมเบิลดอร์แล้วด้วย แต่ก่อนที่เขาจะตาย เขาต้องบอกเรื่อง Horcruxes สุดท้าย แฮร์รี่พบเนวิลล์ที่กำลังเก็บร่างของ Colin Creevey เขาฝากให้เนวิลล์ฆ่างูที่อยู่โวลเดอมอร์ซึ่งเนวิลล์ก็รับปาก

ที่ชายป่า มี Dementors เต็มไปหมด และแฮร์รี่ก็ไม่เหลือแรงกำลังที่จะเสกผู้พิทักษ์อีก เขาจึงหยิบลูกสนิทช์ขึ้นมา กระซิบว่าเขากำลังจะตาย ลูกสนิทช์แตกออก Resurrection Stone อยู่ข้างใน แล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่า มันไม่ได้เพื่อทำให้คนตายฟื้นคืน เขากำลังจะกลายเป็นคนตายเหมือนพวกนั้น แฮร์รี่หมุนหินสามครั้ง แล้วเขาก็เห็นเจมส์ ลิลลี่ ซีเรียสกับลูปิน ไม่ใช่ผีหรือร่างเนื้อ เหมือนที่เขาเคยเห็นทอม ริดเดิ้ลจากไดอารี่ พวกเขาเหมือนกับเป็นผู้พิทักษ์ให้แฮร์รี่ โดยที่ Dementors ทำอะไรเขาไม่ได้ เขายังอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน เดินลึกเข้าไปในป่า

โวลเดอมอร์อยู่กล่ามกลางผู้เสพความตาย เกือบจะคิดว่าเขาคิดผิดเสียแล้ว แต่แฮร์รี่ก็ตะโกนออกมา และเผลอทำ Resurrection Stone หล่นจากมือ วิญญาณพวกพ่อหายไป เขาเดินเข้าไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้เสพความตาย แฮกริดถูกจับไว้ตรงนั้น ตะโกนห้ามไม่ให้แฮร์รี่เข้ามา แฮร์รี่เห็นงูนากินี่ คิดในใจว่าคงฆ่ามันไม่ได้แน่ ๆ เพราะผู้เสพความตายตรงนั้นคงฆ่าเขาก่อน เขาจึงได้แต่เดินเข้าไปหา โวลเดอมอร์ยกไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่เห็นแสงสีเขียวและทุกสิ่งก็ดับวูงลง

Image

บทที่ 35 – King’s Cross

ทุกอย่างเงียบไปหมด แฮร์รี่รู้สึกตัวและมองไปรอบ ๆ แล้วดัมเบิลดอร์ก็เดินมาหา แฮร์รี่ถามว่าดัมเบิลดอร์ตายแล้ว เขาก็คงตายแล้วเหมือนกัน ดัมเบิลดอร์ตอบว่าตัวเขาตายแล้วจริง ๆ แต่ส่วนแฮร์รี่ เขาคิดว่ายังไม่ตาย เพราะแฮร์รี่ไม่ได้คิดปกป้องตัวเองเลยและปล่อยให้โวลเดอมอร์ฆ่า เพื่อทำลายส่วนเสี้ยววิญญาณโวลเดอมอร์ในร่างเขาให้หมดไป ตอนนี้วิญญาณของแฮร์รี่สมบูรณ์แล้ว ร่างเนื้อของโวลเดอมอร์ในตอนนี้ก็มีเลือดของแฮร์รี่ที่ลิลลี่ใช้เวทมนต์ปกป้อง และแฮร์รี่ก็คือ Horcrux อันที่เจ็ดที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างขึ้น เมื่อครั้งที่เขาจะฆ่าแฮร์รี่ตอนเด็ก เขาได้ทิ้งส่วนหนึ่งของตัวเองไว้กับแฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์บอกว่าโวลเดอมอร์เป็นคนเลือดเย็น ไม่รู้จักและเข้าใจในความรัก

แฮร์รี่ถามเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมไม้ของเขาทำลายไม้ที่โวลเดอมอร์ยืมมาได้ ดัมเบิลดอร์ตอบว่าเขาเดาเอาว่าแฮร์รี่ยอมรับความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่โวลเดอมอร์ทำไม่ได้ และไม้กายสิทธิ์รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของผู้เป็นนาย โวลเดอมอร์เป็นทั้งญาติและศัตรู ไม้กายสิทธิ์เก็บพลังแห่งความกล้าหาญและสามารถเอาชนะไม้ของลูเซียสได้ แต่มันก็ถูกเฮอร์ไมโอนี่ทำลายได้ เพราะพลังของไม้แฮร์รี่จะส่งผลโดยตรงต่อโวลเดอมอร์เท่านั้น โวลเดอมอร์ไม่ได้ฆ่าแฮร์รี่ เขาล้มเหลวในการฆ่าแฮร์รี่ต่างหาก

ในตอนนั้น แฮร์รี่ก็รู้สึกว่าเขากำลังอยู่ในสถานีคิงครอส เมื่อเขาถามดัมเบิลดอร์เกี่ยวกับ Deathly Hallows ดัมเบิลดอร์ก็เหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้ เขาขอให้แฮร์รี่ยกโทษให้เพราะเขาเหมือนกับคนโง่ที่ลุ่มหลงไปกับมัน เขาเองก็หาทางเอาชนะความตายเช่นเดียวกัน มันคือสิ่งที่ผูก Grindelwald เข้าด้วยกัน ด้วยความลุ่มหลง … ดัมเบิลดอร์บอกว่าผ้าคลุมล่องหนเป็นมรกดของ Ignotus ตกทอดไปยังลูกหลาน เขาขอยืนผ้าคลุมมาตรวจดู แม้เขาจะทิ้งความฝันเรื่อง Hallows ไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังตื่นเต้นกับมัน และเมื่อเจมส์ตาย เขาก็ได้ครอง Hallows แล้วถึงสองอย่าง

ส่วนเรื่องน้องสาว เขายอมรับว่าเขาอยากหนีไปหาความรุ่งโรจน์ แม้เขาจะรักครอบครัวมากก็ตาม แต่ความเห็นแก่ตัวก็ยังมี เขารู้สึกเหมือนถูกขังเมื่อต้องรับผิดชอบน้อง ๆ หลังแม่ตาย และเมื่อ Grindelwald เข้ามา มันก็เหมือนมาจุดประกายให้อีก จากนั้น Grindelwald ก็หนีไปหลังเกิดเหตุการณ์ที่น้องสาวเขาตาย หลังจากนั้น ก็มีข่าวลือว่า Grindelwald ได้พบไม้กายสิทธิ์ทรงพลัง ส่วนเขาก็เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอตส์ ฝึกสอนพ่อมดแม่มด ส่วน Grindelwald ก็สร้างกองทัพ ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเองก็กลัว Grindelwald จนถ่วงเวลาการประลองไปเรื่อยจนถ่วงไม่ได้อีก ท้ายที่สุด เขาก็ชนะประลอง Grindelwald ถูกขังที่ Nurmengard และโกหกโวลเดอมอร์ว่าเขาไม่มี Elder Wand บางทีการโกหกนี้ก็เพื่อแก้ไขเรื่องในอดีต และหยุดไม่ให้โวลเดอมอร์ตามหา Hallows อีก

แล้วดัมเบิลดอร์ก็พบ Resurrection Stone ที่บ้านของ Gaunt เขาคิดว่าจะได้พบน้องสาวและแม่อีก แต่เขาก็โง่มาก ไม่ใช่ใครทุกคนจะรวม Hallows ได้ ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเป็นผู้ครอง Elder Wand และใช้มันปกป้องผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ตนเอง ส่วนผ้าคลุม เขาเอาไปดูเพราะความอยากรู้อยากเห็น เจ้าของที่แท้จริงคือแฮร์รี่

แฮร์รี่ถามว่าทำไมต้องทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นด้วย ซึ่งดัมเบิลดอร์ก็ให้เหตุผลว่า หากบอกไปตรง ๆ พวกเขาอาจออกตามหาสิ่งที่น่ายั่วยวนใจทันที โดยลืมเหตุผลที่แท้จริงไป โวลเดอมอร์ไม่รู้เรื่อง Hallows เพราะเขาเปลี่ยน Resurrection Stone ในแหวนเป็น Horcrux และ Elder Wand จะช่วยเขาทรงอำนาจไม่มีใครมาล้มได้

แฮร์รี่ถามว่าเขาจะกลับไปได้ไหม ดัมเบิลดอร์บอกว่าแล้วแต่เขา แฮร์รี่มีทางเลือก อย่าสงสารคนตาย ให้สงสารคนเป็น โดยเฉพาะผู้ที่มีชีวิตโดยปราศจากความรัก หากกลับไปแล้ว เขาแน่ใจว่าวิญญาณผู้อื่นจะถูกทำร้ายน้อยลง และครอบครัวจะไม่ถูกทำลายมากไปกว่านี้ เขาก็ควรกลับไป


_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Aug 03, 2007 8:57 pm 
One Winged Angel
User avatar
Joined: Wed Aug 01, 2007 9:55 pm
Posts: 106
บทที่ 36 - The Flaw in the Plan

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนหล่นลงมาจากฟ้าสู่พื้นดินอีกครั้ง เขารู้สึกเจ็บไปหมดหลังจากถูกคำสาปสังหาร แต่เขาก็ยังนอนอยู่ในท่าเดิม ไม่ขยับ เขาแอบลอบมองดู และเห็นว่าโวลเดอมอร์เองก็ล้มลงไปเช่นกันราวกับคำสาปส่งผลถึงเขาด้วย โวลเดอมอร์สั่งให้คนไปดูว่าแฮร์รี่ตายจริง ๆ หรือยัง แฮร์รี่ได้ยินเสียงกระซิบที่เบามาก ๆ ของนาร์ซิสซ่า ถามเขาว่า เดรโก้ยังมีชีวิตอยู่ไหม เขายังอยูในปราสาทใช่ไหม แฮร์รี่กระซิบตอบไปว่าใช่ แล้วนาร์ซิสซ่าก็บอกทุกคนว่าแฮร์รี่ตายแล้ว ผู้เสพความตายคนอื่นต่างดีใจ โวลเดอเมอร์ใช้คำสาปกรีดแทงไปยังแฮร์รี่เพื่อความสะใจตัวเอง แต่แฮร์รี่รู้สึกแปลกมากเพราะคาถาทำอะไรเขาไม่ได้เลย เขาไม่รู้สึกเจ็บสักนิด แต่เขาก็ยังแกล้งทำเป็นตายอยู่ โวลเดอมอร์ให้แฮกริดเป็นคนอุ้มแฮร์รี่เข้าไปในปราสาท

โวลเดอมอร์ใช้เวทมนต์ส่งเสียงไปบอกทุกคนในปราสาทว่าพวกเขาชนะแล้ว แฮร์รี่ตายแล้ว หากใครยังต่อต้านอีกจะถูกสังหาร แล้วเขาก็เดินนำ งูนากินี่ลอยตามมาโดยไม่ได้อยู่ในกรงอีกแล้ว แฮกริดที่อุ้มแฮร์รี่ไว้เดินตามมาพร้อมกับผู้เสพความตาย เดินเข้าไปในปราสาท แฮร์รี่ได้ยินเสียงร้องของมักกอลนากัล รอน เฮอร์ไมโอนี่ จินนี่ และเพื่อน ๆ ทุกคน เขาอยากตะโกนกลับไปว่าเขายังไม่ตาย แต่เขาทำไม่ได้ โวลเดอมอร์ให้แฮกริดวางแฮร์รี่แทบเท้า และบอกทุกคนว่าเขาสังหารแฮร์รี่ขณะที่แฮร์รี่กำลังพยายามหนี

ทันใดนั้น ก็มีแสงจากคาถาพุ่งเข้าจะทำร้ายโวลเดอมอร์ แต่คนร่ายคาถาถูกปลดอาวุธเสียก่อน เขาคือเนวิลล์ โวลเดอมอร์ชักชวนเนวิลล์ให้มาเป็นผู้เสพความตายเพราะเนวิลล์เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ แต่เนวิลล์ปฏิเสธเสียงแข็ง

โวลเดอมอร์โบกไม้กายสิทธิ์ หมวกคัดสรรอยู่ในมือเขา และเขาก็ประกาศว่าต่อไปที่โรงเรียนจะมีแต่บ้านสลิธีรินเท่านั้น จากนั้นโบกหมวกคัดสรรไปสวมที่หัวของเนวิลล์ บอกว่านี่คือตัวอย่างของผู้ที่ต่อต้านเขา แล้วหมวกคัดสรรก็ลุกเป็นไฟบนหัวของเนวิลล์ ทันใดนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน เสียงของ Grawp กับยักษ์ของโวลเดอมอร์ดังลั่น ท่ามกลางความชุลมุน แฮร์รี่ซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน และหลบออกจากตรงนั้น เนวิลล์สลัดหมวกคัดสรรหลุดไปได้ พร้อมกับดึงดาบกริฟฟินดอร์ออกมา และฟันหันงูนากินี่ตาย

ทุกคนต่อสู้กัน แฮร์รี่พยายามเสกคาถาป้องกันให้กับคนที่กำลังจะถูกโวลเดอมอร์ทำร้าย เซ็นทอร์ บัคบีค Thestral เอลฟ์ประจำบ้าน ผีประจำโรงเรียน ครอบครัวนักเรียนที่ทราบข่าว ชาวบ้านที่ Hogsmeade และ Grawp ต่างเข้ามาสู้กันวุ่นวาย โวลเดอมอร์กำลังดวลอยู่กับมักกอลนากัล คิงสลีย์และสลัคฮอร์น ขณะที่เบลลาทริกซ์กำลังสู้กับเฮอร์ไมโอนี่ จินนี่และลูน่า จากนั้นมอลลี่ก็เข้ามา ตะโกนก้องบอกว่าห้ามเบลลาทริกซ์แตะต้องลูก ๆ ของเธออีก สองคนสู้กัน แล้วคำสาปของมอลลี่ก็สังหารเบลลาทริกซ์ลงได้ท่ามกลางความโกรธแค้นของโวลเดอมอร์ เขากำลังจะสาปมอลลี่ แฮร์รี่ก็เลยสลัดผ้าคลุมออก และร่ายเวทมนต์ป้องกันให้มอลลี่

ทุกคนต่างโห่ร้องยินดีเพราะเห็นว่าแฮร์รี่ยังไม่ตาย แฮร์รี่ขึ้นไปเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์และประกาศไม่ให้ใครมาช่วย เพราะมันต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น แฮร์รี่บอกว่าคาถาของโวลเดอมอร์ทำร้ายคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว และเขายอมตายเพื่อปกป้องเพื่อน ๆ เหมือนกับที่ลิลลี่เคยทำ โวลเดอมอร์เลยทำร้ายเพื่อน ๆ เขาไม่ได้อีก โวลเดอมอร์เย้ยแฮร์รี่ว่าเป็นเพราะความรักอีกแล้ว แต่ความรักก็หยุดไม่ให้ดัมเบิลดอร์ตายได้ ไม่ได้ช่วยให้แม่ของแฮร์รี่รอดพ้นความตาย และจะไม่มีอะไรมาช่วยแฮร์รี่ให้รอดพ้นความตายได้อีกถ้าเขาจัดการแฮร์รี่ แฮร์รี่บอกว่ายังมีอีกอาวุธอีกอย่างหนึ่ง และเขาก็เชื่อมั่นทั้งความรักและอาวุธนั้น

โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเป็นคนฆ่าดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ตายแล้ว แต่แฮร์รี่บอกว่าโวลเดอมอร์คิดผิด ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ถูกฆ่า มันเป็นการวางแผนมานานหลายเดือนแล้ว และสเนปก็เป็นคนของดัมเบิลดอร์มาโดยตลอด เพราะสเนปรักลิลลี่มาตลอดชีวิต โวลเดอมอร์เถียงกลับว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอีก เพราะตอนนี้เขาคือเจ้าของ Elder Wand และเขาก็สังหารสเนปแล้ว แฮร์รี่บอกว่า Elder Wand ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถเพราะโวลเดอมอร์ฆ่าคนผิด สเนปไม่ได้เป็นเจ้าของ Elder Wand เพราะสเนปไม่ได้ฆ่าดัมเบิลดอร์ มันเป็นการวางแผนกันมาแล้วตั้งแต่ต้น และดัมเบิลดอร์ตั้งใจที่จะตายอยู่แล้ว หากเจ้าของไม้กายสิทธิ์ตาย พลังมันจะตายไปด้วย แม้โวลเดอมอร์ขโมยไม้จากศพของดัมเบิลดอร์ก็จริง แต่ไม้จะเลือกเจ้านายเอง และ Elder Wand ก็เลือกเจ้านายแล้วก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะตาย คนที่แย่งมันไปจากดัมเบิลดอร์โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจหรือรู้ตัวมาก่อน ซึ่งก็คือเดรโก้ มัลฟอย แล้วแฮร์รี่ก็เอาชนะเดรโก้ได้ และแย่งไม้กายสิทธิ์ของเดรโก้มาครอง แล้ว Elder Wand ก็รู้แล้วว่าเจ้าของมันถูกเอาชนะไปแล้ว และในตอนนี้ เจ้าของที่แท้จริงของ Elder Wand คือแฮร์รี่เอง

แสงจากไม้กายสิทธิ์ทั้งสองพุ่งใส่กัน โวลเดอมอร์ร่ายคาถาสังหาร แฮร์รี่ใช้คาถาปลดอาวุธ Elder Wand ลอยขึ้นในอากาศ หมุนวนเหมือนกับหัวของนากินี่ แฮร์รี่กระโดดรับ Elder Wand ขณะที่โวลเดอมอร์ล้มลง ตายเพราะการสะท้อนกลับของคาถาตนเอง

แล้วเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังขึ้น ทุกคนต่างกรูกันเข้ามายินดีกับแฮร์รี่ เขากลายเป็นส่วนหนึ่งทั้งการแสดงความยินดี และความโศกเศร้า ทุกคนต้องการเขาตรงนั้น แฮร์รี่จับมือกับทุกคน พูดคุยกับทุกคน และรับคำขอบคุณจนกระทั่งเช้า เขาไม่ได้นอนเลย ผู้เสพความตายต่างหลบหนี ไม่ก็ถูกจับ ผู้บริสุทธิ์ถูกปล่อยตัวจากอัซคาบัน คิงสลีย์ขึ้นเป็นรัฐมนตรีชั่วคราว ศพของผู้ที่เสียชีวิตอยู่ในห้องโถง ครอบครัวมัลฟอยก็อยู่ที่นั้น ทุกคนนั่งโดยไม่แบ่งแยกบ้านอีก

ท้ายที่สุด แฮร์รี่หลบจากห้องโถงได้ และพารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ในภาพวาดต่างปรบมือแสดงความยินดีกับแฮร์รี่ แฮร์รี่บอกดัมเบิลดอร์ในภาพว่าเขาทำ Resurrection Stone หล่นไปป่าและไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และเขาต้องการเก็บผ้าคลุมล่องหนเอาไว้ ส่วน Elder Wand แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องการมัน เขาหยิบไม้กายสิทธิ์อันเดิมของตนเองที่ถูกทำลายออกมา ใช้ Elder Wand เสกคาถาซ่อมแซม จนไม้กายสิทธิ์กลับมาอยู่ในสภาพเดิม แฮร์รี่บอกว่าเขาจะเก็บ Elder Wand ในที่ ๆ มันจากมา และจะทิ้งไว้แบบนั้น เมื่อตัวเขาตาย พลังของมันก็จะหมดเพราะเจ้าของ ๆ มันไม่ได้ถูกผู้ใดเอาชนะ Elder Wand สร้างปัญหามากมายให้เขามากพอแล้ว และตอนนี้ เขาคิดถึงเตียงสี่เสาที่หอพักกริฟฟินดอร์ และหวังว่าครีเชอร์จะทำแซนวิชมาให้กิน

Image

Epilogue

วันที่ 1 กันยายน แฮร์รี่จูงลูกสาวผมแดงชื่อลิลลี่ ปลอบเธอว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปโรงเรียนแล้ว เขาได้เสียงอัลบัส ลูกชายบ่นว่าเขาจะไม่อยู่บ้านสลิธีรินเมื่อเจมส์ ลูกชายคนโตพูดแหย่เล่นจนจินนี่ต้องจ้องอย่างดุ ๆ

พวกเขาเดินผ่านชานชาลา ไปที่รถด่วนสายฮอกวอตส์ พวกเขาพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่และลูกสาวชื่อโรส ลูกชายที่ชื่อฮิวโก้กำลังคุยกับอัลบัสเรื่องที่ว่าพวกเขาจะไปอยู่บ้านไหน พวกเขาเห็นเดรโก้มาส่งลูกชายเหมือนกัน ซึ่งเดรโก้ก็พยักหน้าทักทายกัน เจมส์บอกว่าเขาเห็นเท็ดดี้อยู่กับ Victoire จินนี่สส่งเจมส์ขึ้นรถไฟ ฝากความคิดถึงไปให้เนวิลล์ที่เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอตส์

แฮร์รี่เห็นอัลบัสยังดูกังวลใจเรื่องการคัดสรรบ้านอยู่ จึงเข้าไปให้กำลังใจ บอกว่าเขาถูกตั้งชื่อว่า อัลบัส เซเวอร์รัส ตามชื่ออาจารย์ใหญ่สองคนของฮอกวอตส์ หนึ่งในนั้นเป็นสลิธีรินและเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดที่เขาเคยรู้จัก บ้านสลิธีรินมีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมเสมอ แต่หากเขาไม่อยากอยู่ เขาก็เลือกอยู่กริฟฟินดอร์ได้ เพราะหมวกคัดสรรยอมรับทางเลือกของแฮร์รี่มาก่อน

เด็ก ๆ ขึ้นรถไฟและโบกมือลา จินนี่พึมพำว่าลูก ๆ คงไม่เป็นไร แฮร์รี่แตะแผลเป็นที่หน้าผาก ซึ่งไม่เคยเจ็บอีกเลยตลอดสิบเก้าปี และเขาก็แน่ใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

END

_________________

เวลาโพส .. ขยายตัวอักษรเป็นขนาด 13 หรือ 14 ด้วยนะจ๊ะ จะได้อ่านง่าย ๆ ค่า

For the love of Sephiroth And Vincent


Image


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 9 posts ] 


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to:  


cron